พลันขมวดคิ้ว “ท่านหลินหยาน นี่คือความเจ็บปวดที่ท่านต้องประสบพบเจอเมื่อตัดสินใจเข้าร่วมสำนักอัศวิน ข้าเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะได้สัมผัสมาด้วยตัวเองแล้ว…”
ดวงตาหลินมู่อวี่เต็มไปด้วยความอาฆาตและทั้งแขนปกคลุมไปด้วยปราณยุทธ์ “หลัวอวี่…เจ้าเป็นถึงราชทูต เหตุใดจึงไม่ห้ามหลี่เฉียนซุน?”
หลัวอวี่รู้สึกประหลาดใจ เขาสามารถรับรู้ถึงความโกรธจากคนตรงหน้า อีกทั้งยังบอกได้อีกว่าหลินหยานเป็นผู้ชำนาญการขอบเขตนภาซึ่งสามารถจัดการเขาได้อย่างง่ายดาย และนี่มันไม่ตลกเลย กระนั้นก็มิได้กังวลแต่อย่างใด หลัวอวี่พลันสูดหายใจลึกก่อนกล่าวว่า “ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา ส่วนหลี่เฉียนซุนเป็นถึงขุนนางใหญ่โต และเป็นลูกพี่ลูกน้องของใต้เท้าเมืองชางหยาง”
“เป็นเพราะภูมิหลังและความสัมพันธ์ทางสายเลือดอย่างนั้นรึ?” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างเย็นชา
หลัวอวี่กัดฟันแน่น “แม้ว่าท่านหลินหยานจะอยู่ขอบเขตนภา แต่ข้าจำเป็นต้องบอกว่า…พลังที่ท่านมียังคงแข็งแกร่งน้อยกว่าท่านราชทูตใหญ่จีหยาง หากท่านยังคงรักชีวิตอยู่…เช่นนั้นยอมจำนนเสียเถิด”
“หลัวอวี่…เจ้าไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลยหรือ?”
หลินมู่อวี่มองหลัวอวี่ด้วยสายตารังเกียจและเหยียดหยาม เขาไม่แม้แต่จะปกปิดความจริงที่ว่าเขากำลังดูแคลนหลัวอวี่อยู่
หลัวอวี่กัดฟันแน่น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจ้องมองของหลินมู่อวี่ มันเหมือนราวกับกำลังโดนมีดแหลมทิ่มแทงหัวใจ ตั้งแต่หลินหยานเข้าร่วมสำนักอัศวิน เขา