คัมภีร์มรรค เป็นการใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ส่วนตน ทว่าก็แล้วอย่างไรเล่า?
หากไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน แล้วจะยังเป็นขุนนางแห่งราชสำนักเต๋าได้หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอยากขอให้ลวี่หยางช่วยเอ่ยถ้อยคำงามหูต่อหน้าองค์รัชทายาทหลงซิงอีกด้วย!
คิดได้ดังนี้ ใบหน้าขันทีอันก็พลันปรากฏรอยยิ้ม “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นเชิญท่านขุนนางเข้ามาตรวจสอบเถิด วังหลังให้ท่านตรวจได้ตามอัธยาศัย!”
“ขอบคุณสหายอัน”
ลวี่หยางพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็ก้าวยาวเข้าไปในพระตำหนักที่ประดิษฐานจตุรคลังมรรคคัมภีร์สิ่งแรกที่เห็นคือภาพตระการตาอลังการ
มหาวิหารกว้างใหญ่ภายในถูกเรียงรายไปด้วยตู้เก็บคัมภีร์มรรคจนนับไม่ถ้วน จัดหมวดหมู่เป็นระเบียบ ปริมาณมากเสียยิ่งกว่าหอสำแดงธรรมของนิกายศักดิ์สิทธิ์เสียอีก!
เป็นเช่นนี้เอง… ท้ายที่สุดราชสำนักเต๋าก็คือเจียงตง
ในแผ่นดินเจียงเป่ย นอกจากนิกายศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีสำนักใหญ่น้อยอีกมากมาย แต่ละสำนักต่างก็มีสุดยอดวิชาล้ำค่าเก็บไว้ มิแน่ว่าจะด้อยไปกว่าวิชามรรคผลของนิกายศักดิ์สิทธิ์เลย
ทว่าในเจียงตง ราชสำนักเต๋ามีเพียงหนึ่งเดียว
บรรดาวิชามรรคและวิชาเทพทั้งปวง ล้วนอยู่ใต้การปกครองของราชสำนักเต๋า ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ การทุ่มเทกำลังทั้งราชสำนักเพื่อสถาปนาคลังคัมภีร์มรรคให้ยิ่งใหญ่กว่านิกายศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
ควรเลือกเช่นไรดี…
สีหน้าลวี่หยางฉายแววครุ่นคิด แม้บัดนี