ก็ได้หยิบมีดบนโต๊ะขึ้นมาหวังจะแล่เนื้อกวางเช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้าหล่อนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เจ้าโง่มู่มู่ ใช้มีดนี่สิ กระบี่เจ้ามีไว้เพื่อสังหารศัตรูมิใช่นำมาแล่อาหารเช่นนี้”
“อา…ต้องขออภัยด้วย”
หลินมู่อวี่รีบเก็บกระบี่อย่างขวยเขินแล้วเปลี่ยนมาใช้มีดหั่นเนื้อแทน เขาหยิบเนื้อหวานฉ่ำรสดีเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สตูเนื้อในป่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับขากวางย่างที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันนี้ หลินมู่อวี่เหมือนคนอดอยาก สวาปามเนื้อย่างก้อนใหญ่สองก้อนในทีเดียว
“ไวน์ดอกจื่อหยินอุ่นๆ…” ถังเสี่ยวซีเทไวน์ให้
ยังไม่ทันได้ดื่ม…หลินมู่อวี่ได้กลิ่นหอมของดอกจื่อหยินลอยเตะจมูก ไม่แปลกใจที่ดอกสีม่วงนี้จะได้เป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิฉินอันยิ่งใหญ่ เพราะไม่เพียงแต่ใช้ทำยาและอาหารเท่านั้น ยังนำมาหมักไวน์ได้อีกด้วย ดูเหมือนว่าชาวเมืองจะตะกละไม่น้อย แม้แต่ดอกประจำชาติยังนำมาทำของกินได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินมู่อวี่ก็อดยิ้มไม่ได้ “เสี่ยวหยิน ที่ตระกูลขุนนางของท่านใช้ดอกจื่อหยินสีม่วงมาเป็นสัญลักษณ์เพราะมันรสชาติดีใช่หรือไม่?”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
ตาสวยของฉินอินเบิกกว้าง นางหลุดยิ้มออกมาก่อนจะกล่าว “ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย…อาอวี่ เหตุที่ตระกูลขุนนางเราใช้ดอกไม้นี้เป็นสัญลักษณ์เพราะสามารถนำมากินและทำยาได้ มันปลูกได้ทุกฤดูกาลแม้จะเบ่งบานแค่ตอนฤดูหนาว ดังนั้นตระกูลฉินจึงยกให้ดอกนี้เป็นสัญ