ลักษณ์ประจำตระกูลที่หมายถึงความตั้งมั่นไม่ยอมแพ้ เราเป็นผู้ปกครองและคอยค้ำจุนแผ่นดินนี้ ความสุขของประชาชนคือหน้าที่ของเรา”
“เป็นเช่นนั้น…” หลินมู่อวี่ประสานมือโค้งคำนับ “ขอประทานอภัยที่ข้าหยาบคาย”
“อย่ากังวลไป…” ฉินอินกระตุกยิ้ม “เราเป็นดั่งสหาย ข้าไม่โทษเจ้า…อีกอย่างนี่เป็นการคุยเล่นตามประสา ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทอันใด”
“ขอบใจ…เสี่ยวหยิน” ไม่รู้ทำไม แต่หลินมู่อวี่รู้สึกเข้าใกล้ฉินอินได้อีกขั้น หากไม่นับความเป็นมิตร นางช่างดูสูงส่งนัก ทั้งสง่างามแถมยังเป็นหน้าเป็นตาของตระกูลฉินได้อย่างดีเยี่ยม
…
ขณะกำลังรับประทานอาหาร มีเสียงดังอึกทึกมาแต่ไกล
ฉินอินขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น?”
ทหารองครักษ์ถวายบังคม “องค์หญิง ดูเหมือนทางฝั่งตำหนักเฉิงอินจะเกิดปัญหาขอรับ”
ฉินอินประหลาดใจ “เป็นไปไม่ได้…ตำหนักเฉิงอินเป็นอนุสรณ์ที่อยู่ในความดูแลของท่านพ่อ ผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวาย!?”
ฉินอินมองไปยังหลินมู่อี่และเสี่ยวซีหลังพูดจบ หลินหมู่อวี่พยักหน้าและลุกขึ้น “ทหารไปเตรียมม้ามา องค์หญิง…ข้าว่าเราต้องไปดูด้วยตาตนเองแล้ว”
“อืม!”
ฉินอินพยักหน้ารับ นางเป็นทายาท ย่อมมีหน้าที่ดูแลตำหนักเจ๋อเทียนตั้งแต่มันถูกตั้งเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ นางจะปล่อยให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นไม่ได้
ฉินอินสวมผ้าคลุมเดินออกไปพร้อมกับหลินมู่อวี่ในชุดศึกเทวะสีขาว และตามหลังด้วยถังเสี่ยวซีในชุดคลุมยาวสีแดง ทั้งสามควบม้าฝ่าลมหนาวออกไปอย่างเร็วรี