ักหน้า
ซ่งฮั่นหยวนถอนหายใจหนักก่อนจะเงยหน้ามองฉินอินและกล่าว “องค์หญิงขอรับ ข้าน้อยถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรม ได้โปรดองค์หญิงทรงช่วยตัดสินด้วย”
“เจ้าถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรมหรือ?”
ไม่ทันที่ฉินอินจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ จู่ๆ ก็มีเสียงดังแทรกขึ้น เสียงหนักแน่นที่ใครได้ฟังต่างก็ต้องจำนน เสียงนี้เป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งนัก…หลินมู่อวี่หันไปมองต้นเสียง ก่อนจะพบว่าชายแก่สวมเสื้อคลุมสีดำบนบ่าเป็นคนพูดขึ้น เจิงอี้ฝาน!
“เป็นท่านเองรึ ท่านเจิ้งอี้ฝาน!” ฉินอินยิ้ม “คนอย่างท่านเวลาว่างเยอะเสียจริง แล้วเพราะเหตุใดท่านจึงไม่แจ้งแก่เราก่อนที่จะนำกองทหารเข้ามาในตำหนักแห่งนี้?”
เจิ้งอี้ฝานทำหน้าหยิ่งผยอง “จับโจร อย่าห่วงกฎ เป็นราชดำรัสที่จักรพรรดิองค์ก่อนตรัสไว้ และเสนาบดีแก่อย่างข้า จะทำตามพระดำรัสนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่!”
เจิ้งอี้ฝานไม่พูดเปล่า เขาหยิบคัมภีร์ม้วนหนึ่งออกมา “ผู้บัญชาการระดับสูงของกององครักษ์อวี้หลิน ขุนนางระดับสอง ซ่งฮั่นหยวน มีที่ดินครอบครองไว้หนึ่งพันหน่วยทางตะวันตกของเมือง กฎของกองทัพ…ผู้บัญชาการระดับกองพันสามารถมีที่ดินในครอบครองสูงสุดเพียงสิบหน่วย ซึ่งซ่งฮั่นหยวนได้ฝ่าฝืนกฎอย่างชัดเจนและยังไม่นับเรื่องฝ่าฝืนอีกนับร้อย!”
ซ่งฮั่นหยวนหน้าซีดเผือดรีบแก้ตัว “ที่ดินผืนนั้นถูกซื้อมาด้วยเงินของเหล่าทหารเก่า พวกข้าตกลงกันว่าจะกลับไปใช้ชีวิตกันที่นั่นหลังเกษียณ เพียงแต่ใช้ชื่อซ่งเป็นตัวแทนซื