ุมสีขาวถือกระบี่ประจำตัวลาดตระเวนอยู่ ตำหนักเจ๋อเทียนมีองครักษ์มังกรทั้งหมดเจ็ดสิบนาย ยี่สิบนายได้รับมอบหมายให้คุ้มกันจวนหงส์ไฟเวศม์ เห็นได้ชัดว่าองค์หญิงเล็กมีความสำคัญมากเพียงใดต่อองค์จักรพรรดิ
ประตูหลักของจวนหงส์ไฟเปิดอ้าไว้ ลมหนาวพัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เปลวไฟในเตาสั่นไหวไปตามแรงลม
…
ขากวางเนื้อช่ำนุ่มส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งอยู่เหนือเตา มีพ่อครัวอยู่ด้านข้างคอยพลิกเนื้อและโรยเครื่องเทศอย่างระมัดระวัง ฉินอินและถังเสี่ยวซีนั่งอยู่ตรงข้ามเตา ทั่งสองเหม่อมองไปยังหิมะที่ร่วงหล่นลงมาโดยไม่ได้สนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า
“ข้าสงสัยเหลือเกินว่าหิมะจะตกที่ป่าล่ามังกรแล้วหรือยัง…” ฉินอินกล่าว
ถังเสี่ยวซีก็คิดในสิ่งเดียวกัน ทว่ากลับรู้สึกอึดอัดที่จะกล่าวมันออกมา เมื่อได้ยินฉินอินกล่าวเยี่ยงนั้น เธอจึงเม้มริมฝีปากและกล่าวว่า “ข้ากังวลว่าอาอวี่ได้เอาเสื้อไหมพรมไปด้วยหรือไม่…”
ฉินอินทรงพระสรวล “อาอวี่จะรู้ไหมนะ ว่าเราสองคนกำลังนึกถึงเขาอยู่ขณะนี้”
ถังเสี่ยวซีก็หัวเราะออกมาเช่นกัน “เสี่ยวอินก็ชอบอาอวี่เหมือนกันใช่ไหม?”
“อือ…”
พระพักตร์งามของฉินอินแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะที่กล่าวว่า “ชอบ…แต่ไม่ได้ชอบแบบที่เจ้าคิดนะ แล้วเจ้าล่ะ?”
ถังเสี่ยวซีกะพริบตาก่อนจะหันมองไปทางหิมะด้านนอก “ข…ข้าไม่รู้ว่าชอบหรือรักคืออะไร ข้ารู้สึกเพียงว่าตราบใดที่หลินมู่อวี่ยังอยู่เคียงข้าง ข้าก็มีความสุข ข้าจะยิ้มเสมอกับสิ่งท