ามเสด็จโดยไม่เกี่ยงระยะทางว่าจะไกลเท่าใดนั่นก็เพื่อจะได้เห็นหน้าท่าน! ทว่าท่านก็มิได้มา…ท้ายที่สุดคุณหนูได้ยืนรอท่านท่ามกลางหิมะแรกเป็นเวลาถึงแปดชั่วโมง! ส่วนเมื่อปีก่อนขณะที่หน่วยองครักษ์รักษาพระองค์จัดแข่งขันศิลปะการต่อสู้เพื่อเฟ้นหาผู้มีพรสวรรค์ คุณหนูของข้าพยายามจะไปงานนั้นให้ได้ก็เพื่อรอโอกาสจะพบท่าน…ทว่าท่านมิได้ชายตามองคุณหนูเลยแม้แต่น้อย คุณหนูทุ่มเทให้ท่านถึงเพียงนี้…ท่านมิมีความรู้สึกใดๆ ให้คุณหนูบ้างเลยหรือ?
ภายในใจฉู่ฮว่ายเสิงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ที่จริงเขาได้หลงเสน่ห์นางตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงบรรเลงกู่ฉิน ทว่าเรื่องครานี้เร็วเกินไป เขายังไม่ทันได้เตรียมตัว…
“มิใช่ว่าหัวใจของข้าไม่มีคุณหนู ทว่า…”
คิ้วของฉู่ฮว่ายเสิงขมวดเข้าหากันก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงลังเล “หลินมู่อวี่เป็นท่านพี่ของข้า และเขามีความขัดแย้งกับท่านขุนนางเจิ้งฟาง หากข้าไปตำหนักขุนนางเทวาและสู่ขอท่าน…คงจะเป็นการมิควร ข้ามิปรารถนาจะทำให้คุณหนูต้องผิดหวัง ทว่าข้าก็มิอาจทรยศท่านพี่ได้!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ใบหน้าอันงดงามของเจิ้งเซียงแดงระเรื่อทันที นางยิ้มและกล่าวว่า “ตอนนี้เรื่องการสมรสมิได้สำคัญนัก ตราบใดที่ท่านมีใจให้แก่ข้า…”
ฉู่ฮว่ายเสิงประสานมือและกล่าวว่า “ข้าหวังว่าคุณหนูจะไม่ตำหนิในการกระทำที่สร้างความขุ่นเคืองให้ท่าน ข้าขอเวลาสักนิด แล้วข้าจะไม่ทำคุณหนูต้องผิดหวัง”
เจิ้งเซียงหัวเราะอย่างมีความสุข ใบห