ิงจังว่า “ห้ามพูดเช่นนั้นอีก ข้าไม่สนใจภูมิหลังของเจ้า เจ้านั้นเป็นดั่งเพื่อนและพี่ชาย ข้าไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกและดูแคลนเจ้าอย่างแน่นอน อยากถามเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
“ม…ไม่มีขอรับ”
“งั้นรีบเคลื่อนทัพเถิด เราต้องตามหาอสูรเกล็ดทองคำก่อนพิธีกรรมบวงสรวงเหมันตฤดูให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องน่าขบขันเลย…หากพวกเราหามันไม่เจอแล้วข้าต้องคุกเข่าต่อหน้าเจ้ากงฉวนงี่เง่านั่น! เจ้าคงไม่ปล่อยให้ข้าต้องทำเช่นนั้นใช่หรือไม่?”
เว่ยโฉวรู้สึกผ่อนคลายลงและเผยรอยยิ้มออกมา เขาบังคับม้าให้วิ่งเร็วขึ้นก่อนกล่าวว่า “ไม่มีทางขอรับ พวกเราต้องเจออสูรเกล็ดทองคำเป็นแน่!”
“อือ!”
…
เมื่อตกกลางคืน กองทัพได้มาถึงเขตชายป่าของป่าล่ามังกร ไกลออกไปมีทหารรักษาพระองค์หลายนายกำลังลาดตระเวน ทหารนายหนึ่งถือหอกขี่ม้าเข้ามาใกล้และเอ่ยถามว่า “นั่นใคร?”
เว่ยโฉวจุดคบเพลิงขณะที่หลินมู่อวี่หยิบเหรียญตราอนุญาตออกมา “ข้าหลินมู่อวี่แห่งหน่วยองครักษ์อินทรี…มาตามคำบัญชาให้เข้าป่าล่ามังกรเพื่อล่าสัตว์วิญญาณ”
ทหารรักษาพระองค์นายนี้เป็นแม่ทัพเช่นเดียวกับหลินมู่อวี่ แต่เมื่อเขาได้ยินคำว่าองครักษ์รักษาพระองค์ ก็แสดงความเคารพนับถือและกล่าวว่า “ท่านจำเป็นต้องระวังตัวเป็นอย่างมากที่จะเข้าป่าล่ามังกรดึกสงัดเพียงนี้ หมาป่าวาโยจะออกมายามรัตติกาล พวกเราได้ฆ่าไปจำนวนหนึ่งแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันลงภูผาไปทำร้ายผู้คนได้”
“อือ ขอบใจท่านมากที่เตือนข้า”
ห