คือหมัดทรงพลังอย่างแท้จริง กระแทกกระบี่เหลียวหยวนที่หมุนอยู่กระเด็นออกมา ฉวยโอกาสนี้โจมตีหมัดเหล็กไปที่เกราะอกของหลินมู่อวี่ “พรูด” หลินมู่อวี่กระอักเลือดและถอยหลังไปหลายก้าว ปราณยุทธ์ในร่างแตกกระจายอย่างรวดเร็ว ไม่อาจเรียกพลังออกมาโจมตีกลับได้อีก
ร่างของชื่อกุ่ยมีเปลวเพลิงไหลวน สายตาหยิ่งทะนงมองเขา กล่าวเรียบๆ “ข้าสร้างชื่อได้ตอนอายุห้าสิบปี เข้าสู่ขอบเขตนภาชั้นที่สามมานานแล้ว คู่ต่อสู้แบบไหนข้าก็เคยเจอมาหมดแล้ว ข้าอยู่ในเจดีย์ทงเทียนมาสิบกว่าปี เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าบาดเจ็บได้ เฮอะ วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า หรือไว้ชีวิตเจ้าดีนะ”
หลินมู่อวี่เป็นคนหนุ่มที่กล้าเผชิญหันากับปัญหา เขาล้วงเหรียญเพชรสิบกว่าเหรียญออกจากหน้าอกกล่าว “เงินนี้ให้เจ้า ส่วนเจ้าไว้ชีวิตข้า! ยี่สิบวันต่อจากนี้ข้าจะออกไปจากเจดีย์ทงเทียน เราไม่ยุ่งเกี่ยวกันและกัน มิเช่นนั้นข้าก็จะสู้ตายทำให้เจ้าต้องถอยกลับไปแบบไม่สมประกอบ เราไม่มีความแค้นต่อกัน ทำไมต้องสู้ให้ตายกันไปข้างด้วย!”
ความจริงเขาเข้าใจเป็นอย่างดี ชื่อกุ่ยอย่างน้อยก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตนภาชั้นที่สามระดับแปดสิบขึ้นไป ใกล้เคียงกับขอบเขตปราชญ์แล้ว หากเอาจริงขึ้นมา เกรงว่าจะน่ากลัวกว่าเซียงอวี้ด้วยซ้ำ คู่ต่อสู้ระดับนี้ตนเองต่อสู้เพียงลำพังไม่อาจเอาชนะได้เลยแม้แต่นิดเดียว แถมพลังเจ็ดประทีปที่สาม ตนก็ยังควบคุมไม่ได้ มิเช่นนั้นคงจะลองสู้ดูสักตั้ง
“ฮ่าๆๆๆๆ…”
ชื่อกุ่ยเงยห