ารเกลียดการกระทำที่ชั่วร้ายของเขาควรจะมีขอบเขต เขาเป็นองครักษ์อวี้หลินแต่กลับนำคนไปทำลายหอเลี้ยงดูด้วยตนเอง ทำลายกฏของกองทัพจักรวรรดิอย่างโจ่งแจ้ง หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นคงถูกตัดคอเสียบประจานไปนานแล้ว”
“แต่ท่านพ่อ…” ฉินอินเม้มพระโอษฐ์ ช้อนดวงพระเนตรคู่งามขึ้นตรัส “อาอวี่เป็นผู้มีพระคุณของข้า หากไม่มีเขา ลูกคงถูกพิษตายอยู่ในป่าล่ามังกร เพียงแค่เรื่องนี้ท่านพ่อเองก็ควรจะเมตตาเขาเป็นพิเศษถึงจะถูกนะเพคะ!”
แววตาของฉินจิ้นขรึมลง “เสี่ยวอิน มีเรื่องมากมายที่เจ้ายังไม่เข้าใจ เจ้ายังเล็ก…”
“มีอะไรที่ข้ายังไม่เข้าใจหรือ ท่านพ่อบอกข้าสิเพคะ”
“วันนี้เจ้าไม่อยู่ที่ท้องพระโรง ดังนั้นเจ้าจึงไม่ทราบคำพูดของเสินโหวกับราชเลขาธิการ” ฉินจิ้นถอนพระทัย “จักรวรรดิฉินของพวกเรามีครึ่งหนึ่งที่เซี่ยงเหวินเทียนทำสงครามได้มา ในกองทัพจักรววรดิเซี่ยงเหวินเทียนก็คือเทพเจ้า มีฐานะเหนือข้าผู้ที่เป็นจักรพรรดิไปไกล เสี่ยวอินเจ้ารู้หรือไม่ ผู้บัญชาการทหารทั้งสี่ของเขตหลิ่งหนานสามปีเต็มแล้วที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้ง ขนาดที่ข้าเขียนราชโองการไปก็ไม่เห็นพวกเขาตอบกลับอะไรมา”
ฉินอินตะลึง “ท่านพ่อหมายความว่า…พวกผู้บัญชาการฝั่งหลิ่งหนานคิดจะก่อกบฏ?”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้แน่” ฉินจิ้นหรี่พระเนตรลง ตรัส “ผู้บัญชาการสี่คนนี้ มีวามคนเป็นคนสนิทของเจิ้งอี้ฝาน ส่วนที่เหลืออีกคนเป็นแม่ทัพเก่าแก่ของจักรพรรดิองค์ก