ใคร่เอ็นดู “จวนเสินโหวมีอำนาจหยั่งรากลึกในกองทัพจักรวรรดิมานาน ขอแค่เจิ้งอี้ฝานไม่คิดจะกบฏก็พอแล้ว อีกอย่าง จักรวรรดิต้าฉินปกครองใต้หล้ามานับพันปี มีจักรพรรดิเกือบร้อยพระองค์ สายเลือดตระกูลฉินหยั่งยากลึกในใจของผู้คนมานานแล้ว อาศัยแค่แซ่เจิ้งของเจิ้งอี้ฝานก็ไม่พอที่จะทำให้เข้าครองบัลลังก์ได้หรอก”
“แต่ว่า…แต่ว่า…” ฉินอินกัดริมฝีปาก ตรัสขึ้น “หากปล่อยให้อำนาจของเจิ้งอี้ฝานเพิ่มมากขึ้น ต่อไปเราจะจัดการอย่างไรเล่าเพคะ”
“วางใจเถอะ…”
ฉินจิ้นตรัสตอบ “อย่างน้อยอำนาจทหารของกองทหารรักษาพระองค์และองครักษ์อวี้หลินยังอยู่ในมือคนของพวกเรา แล้วพ่อเองก็ให้ขุนนางมณฑลชางหนาน และมณฑลใหญ่หลายเมืองทางเหนือเข้าเฝ้าอย่างลับๆ มีชางหลันกง และมู่อวิ๋นกงสองคนคุมอยู่ทางเหนือ ใต้หล้านี้วุ่นวายไม่ได้หรอก จริงสิ เสี่ยวอิน เจ้าไม่ได้ไปเยี่ยมท่านตาของเจ้านานแล้วกระมัง”
“ท่านตาหรือเพคะ…” ฉินอินอดแย้มพระสรวลไม่ได้ “ท่านตาทรงภารกิจยุ่ง ท่านตาต่างหากที่ไม่ได้มาเยี่ยมข้าที่เมืองหลันเยี่ยนนานแล้วเพคะ”
ฉินจิ้นทรงพระสรวล “เช่นนั้นอีกสักพัก ให้ผู้บัญชาการเฟิงนำทหารรักษาพระองค์คุ้มกันเจ้าไปเมืองมู่อวี่พบท่านตาของเจ้า เมืองมู่อวี่เป็นสถานที่ที่เสด็จแม่ของเจ้าเติบโต เจ้าควรจะไปเยือนที่นั่นสักหน่อย”
“เพคะ” ฉินอินพยักพระพักตร์ พลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านพ่อ ท่านปล่อยอาอวี่ออกมาจากเจดีย์ทงเทียนก่อนเวลาไม่ได้จริงๆ หรือเพคะ หนึ่งว