ต่หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็มิได้รีบปลดผนึก หากเลือกเป้าหมายผู้โชคร้ายขึ้นมาก่อน แล้วใช้พรสวรรค์หุ่นเชิดให้กลายเป็นหุ่นเชิด
จากนั้น ลวี่หยางก็หยิบธงหมื่นวิญญาณออกมาอีก
“พวกเจ้า จงไปกับมัน”
วิญญาณธงเก้าดวงก้าวออกมาติดต่อกัน ภายใต้แรงหนุนแห่งธูปเทียนของสวรรค์เจ็ดยอแสง ตำแหน่งพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน แปรเปลี่ยนเป็นผู้บรรลุวางรากฐานสมบูรณ์ทั้งเก้าตกลงเบื้องหลังผู้เคราะห์ร้าย
จากนั้น ลวี่หยางก็ให้ผู้เคราะห์ร้ายนั้นซ่อนเทพธูปเทียนทั้งเก้าลง แล้วออกจากแคว้นเจียงตง
อย่างไรเสีย อีกฝ่ายก็คืออั้งเซียว ควรรอบคอบไว้ย่อมดีกว่า
จนกระทั่งผู้เคราะห์ร้ายนั้นเข้าสู่แผ่นดินเจียงหนาน เขาจึงบังคับให้อีกฝ่ายปลดผนึกบนเศษถ้ำสวรรค์ชั่วคราว คิดจะสนทนากับอั้งเซียว
“แคร้ง แคร้ง!!”
ชั่วพริบตา ลวี่หยางก็พลันรู้สึกถึงภัยร้ายแรงถึงชีวิตถาโถมเข้ามา ดุจคมกระบี่สมบัติล้ำค่าที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ กำลังจะฟันลงมาเด็ดหัวเขา
ทว่ารวดเร็วเช่นกัน ความรู้สึกคุกคามนี้ก็ชะงักไปฉับพลัน
“หืม?”
ได้ยินเพียงเสียงครางแผ่วอย่างฉงน จากนั้นก็นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นร่างอั้งเซียวปรากฏออกมาจากเศษถ้ำสวรรค์นั้น
บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอับจนปัญญา
“สหายเล็กๆมิใช่ว่าจะระมัดระวังเกินไปรึ เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้?”
เมื่อครู่เพียงชั่วพริบตา หากลวี่หยางยืนอยู่ตรงหน้าเขา แม้มิใช่กายแท้ แต่เป็นเพียงร่างจำแลงที่บงการจากระยะไกล เขาก็สามารถจัดการลวี่