่องราวปั่นป่วนถึงเพียงนี้’
หลังความรู้สึกเสียดายจางไปจากใจ สีหน้าของลวี่หยางกลับไม่มีวี่แววอ่อนแรงแม้แต่น้อย กลับกัน…ยังเผยรอยยิ้มขึ้นมาอีกด้วย
‘แผนการมิอาจชิงความเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าได้ก็ช่าง…ไม่เกินไปกว่าการรับมือกับหมากตรงหน้าเท่านั้น ลองดูสิว่าเจ้าจะทำอะไร และจะไปได้ถึงเพียงไหนกันแน่’
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ทอดสายตาไปเบื้องหน้า ดวงจิตพลันแผ่ไกลสุดแรง
โพ้นทะเล อั้งเซียวกุมมือไพล่หลัง ลอยยืนเหนือเวหาอย่างเงียบงัน
แดนสุขาวดีเป็นเพียงผู้เล่นคนแรก ทว่าเมื่ออั้งเซียวมิได้ปิดบังพลังอีกต่อไป ผู้ที่ตามมาถึงเป็นลำดับถัดไป ก็คือชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวิน จิตเทวะมหาศาลพุ่งทะยานมาถึงในพริบตา
“เป็นเจ้าจริงๆ!”
วินาทีถัดมา เงาร่างอันงามสง่าก้าวเท้าระหงออกจากความว่างเปล่า เรียวขายาวย่ำเวหาอย่างสง่าผ่าเผย รอยยิ้มบนใบหน้าสะคราญในชุดโบราณเปี่ยมด้วยมารยาทแห่งหญิงสูงศักดิ์ แต่ภายใต้ความอ่อนโยนนั้น…กลับแฝงไว้ด้วยเพลิงแค้นแรงกล้า
อั้งเซียวเห็นดังนั้นกลับมิได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย สำหรับเจินจวินผู้นี้—ผู้สืบทอดตำแหน่งเสาหลักของนิกายศักดิ์สิทธิ์ต่อจากเขา อั้งเซียวเคยศึกษามาไม่น้อย รู้ดีว่านางเป็นคนเจ็บแล้วไม่ลืม แม้ความแค้นเพียงเส้นผม ก็ต้องทวงคืน แต่เขาเองก็มีศักดิ์ศรีของตน เฟยเสวี่ยเจินจวินยามนี้…ยังมิได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
“มีเพียงเท่านี้หรือ?”
อั้งเซียวกวาดตามองไปรอบบริเวณ สุดท้ายหยุดสายตาไ