ว้ทางทิศของสำนักสี่สมุทร เขากำลังรอ…หากคาดไม่ผิด เจ้าลึกลับผู้วางรากฐานคนนั้น ย่อมมีความเกี่ยวข้องกับจ้าวมังกรเฒ่า
ขณะเดียวกัน ภายในสำนักสี่สมุทร
“บ้าไปแล้ว? มองข้าทำไมกันเล่า?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของอั้งเซียว จ้าวมังกรเฒ่าที่หลบหลีกโลกมานานก็หดคอลงโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณจากชีวิตที่ผ่านความเป็นความตายมาหลายศตวรรษ ทำให้เขาหลบเลี่ยงความวุ่นวายอย่างแนบเนียน หาได้มีความคิดจะเข้าไปพัวพันกับความปั่นป่วนในโลกภายนอกแม้แต่น้อย
มนุษย์ตีกัน…เขาจะไปยุ่งทำไม?
หลังการเปลี่ยนแปลงแห่งสวรรค์ เขาจึงสามารถพาเผ่าพันธุ์มังกรแท้เอาตัวรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเขาไม่เคย “เจ้ากี้เจ้าการ” เรื่องใด ขืนไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวตัว…มีแต่ตายเปล่า
ท่าทีของเขา กลับทำให้อั้งเซียวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “…มิใช่หรือ? ข้าเดาผิดรึ?”
ความคิดสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วอั้งเซียวก็ควบคุมใจให้สงบลงได้ในชั่วพริบตา เมื่อมาถึงจุดที่ทุ่มหมดหน้าตักแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป
‘ช่างเถิด ข้าก็เดินทางของข้า’
คิดถึงตรงนี้ อั้งเซียวจึงไม่รีรออีก ร่างแท้ซึ่งอยู่ในยมโลกค่อยๆ เงื้อมือขึ้น นำตำแหน่งมรรคผลทองคำในทรายที่ถูกจุดสว่างขึ้นมาลากไปยังทิศทางของยมโลก!
แต่เพียงวินาทีถัดมา ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินก็ลงมือทันที นางเผยอเรียวปากสีชาดอ่อนจาง ในปากแฝงไว้ด้วยเสียงแห่งมรรคผล เสียงตวาดเบาๆก็ดังสะท้อนไปทั่วทั้งสี่ดินแดนใต้หล้าในทัน