ประเภทหลัง
เมื่อสามปีก่อน ตอนอายุสิบสอง เขาเคยยืนอยู่ในลานปลุกตราพร้อมเด็กอีกสองร้อยคน เด็กบางคนร้องไห้ บางคนอธิษฐาน บางคนมองฟ้าเหมือนเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ หลี่เฉินเองก็เคยหวัง เขาหวังอย่างโง่เง่าว่าตัวเองจะปลุกตราได้สักอย่าง ต่อให้เป็นตราขยะที่สุดก็ยังดี
ผลตรวจของเขาออกมาเพียงสี่คำ
ไร้รากพรสวรรค์
ตั้งแต่วันนั้น ผู้คนก็เลิกเรียกเขาว่าหลี่เฉิน
ไอ้ไร้ตรา
ไอ้ขยะใต้กำแพง
ไอ้เด็กเก็บซาก
ชื่อเหล่านั้นติดตามเขามาเหมือนเงา
ซากสัตว์อสูรถูกลากมาถึงหลุมชำแหละ หลี่เฉินดึงมีดสั้นสนิมเขรอะออกจากเอว แล้วเริ่มแยกเกล็ดตามร่องกระดูก เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่สามปีในลานซากสอนเขาว่าควรลงมีดตรงไหนถึงจะไม่โดนพิษตกค้าง ควรหลบเลือดอสูรสีใด และเส้นเอ็นชนิดไหนยังดีดตัวหลังตายได้
เด็กหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาใกล้พร้อมตะกร้าเหล็ก เขาชื่ออาซื่อ ผอมจนแก้มตอบ อายุไล่เลี่ยกับหลี่เฉิน และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังเรียกเขาด้วยชื่อจริง
“หลังเจ้าแดงหมดแล้ว” อาซื่อกระซิบ “ไอ้จางฝูมันสาดชาใส่อีกแล้วหรือ”
“น้ำชาถูกกว่าค่ายา” หลี่เฉินตอบเสียงเรียบ “มันฉลาด”
อาซื่อชะงัก ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ แต่หัวเราะได้ไม่นานก็มองไ