็รู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารแปลกไปเล็กน้อย ถึงได้มองไปทางด้านหนึ่งด้วยลางสังหรณ์ ซึ่งก็เห็นเงาร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามา
เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้มีหน้าตาที่โดดเด่นมากนัก แต่กลับแผ่บรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกกดดันออกมารางๆ ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของเขาจะมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่ก็ชวนให้ผู้คนไม่กล้าดูแคลนอยู่ดี
เขาคือนักศึกษาของวิทยาลัยตงยวน ซือคง บุตรชายของซือฉิง ผู้ว่ามณฑลมณฑลเทียนสู่
เมื่อซือคงขึ้นมาบนชั้นสองแล้ว เขาก็มองตรงมายังโต๊ะของหลี่ลั่วโดยตรง จากนั้นก็เดินยิ้มเข้ามาหา “ทุกคน ขอนั่งด้วยได้ไหม?”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ขอโทษด้วย ที่เต็มแล้ว”
ซือคงยิ้มแล้วลากเก้าอี้ตัวหนึ่งจากโต๊ะข้างๆ มา เห็นได้ชัดว่าคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะนั้นก็รู้จักเขาเช่นกัน จึงไม่มีใครกล้าขัดขวาง
ซือคงนั่งลงข้างซ่งอวิ๋นเฟิงในอีกฝั่งหนึ่งแล้วกล่าว “ชิงเอ๋อร์ บิดาข้ากับลุงหลี่ว์เองก็รู้จักกัน ไม่เห็นต้องเย็นชาขนาดนั้นเลยนี่?”
“เดิมทีพวกเราก็เป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว จะเสแสร้งทำเป็นสนิทสนมเพื่ออะไร? แสดงละครแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือ” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าว
ซือคงยิ้มอย่างจนใจ “ในอนาคตพวกเราย่อมต้องได้เข้าเรียนในวิทย