าลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงเหมือนกันอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแล้ว ไม่เห็นต้องเหินห่างกันขนาดนี้เลย”
“อวิ๋นเฟิง ข้าพูดถูกไหม?” เขายังหันไปถามซ่งอวิ๋นเฟิงที่อยู่ข้างๆ ด้วย
ซ่งอวิ๋นเฟิงพยักหน้าอย่างสงบ
หลี่ลั่วกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว จึงวางช้อนลง มองไปที่หลี่ว์ชิงเอ๋อร์แล้วกล่าว “กินอิ่มหรือยัง? ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็พยักหน้าเล็กน้อย นางย่อมรู้อยู่แล้วว่าหลี่ลั่วกำลังช่วยนางอยู่ เพราะนางเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่พูดเรื่องไร้สาระกับซือคงที่เอาแต่เสแสร้งเหมือนกัน
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของซือคงก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาใช้นิ้วหยิบถั่วปากอ้าเม็ดหนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็ดีดนิ้วออกไปเบาๆ ราวกับมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นรางๆ แสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของหลี่ลั่วด้วยความเร็วราวกับประกายสายฟ้า
ทว่าในตอนที่แสงสีเงินกำลังจะพุ่งเข้าใส่หลี่ลั่วนั้น ตะเกียบที่แผ่ความเย็นเยียบสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปัดป้องถั่วปากอ้าที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังอัตลักษณ์สายฟ้าเม็ดนั้นจนกระเด็นออกไป จากนั้นตะเกียบก็ปักเข้าไปที่เสาของร้านอาหารอย่างแรง พลังเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เกิดเกล็