ตึกหนึ่งเสียอีก”
หลินเฟิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเยาะแล้วกล่าว “เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว อย่างที่ข้าได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เขายังไม่ถือว่าเป็นอัจฉริยะแต่อย่างใด ตึกหนึ่งของข้าไม่ได้ขาดแคลนนักศึกษาธรรมดาๆ เช่นนี้หรอกนะ อีกทั้งตอนนี้ สิ่งที่เขาควรคิดให้มากที่สุดคือเขาจะสามารถไล่ตามคนอื่นๆ ทันในเวลาที่เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนได้หรือไม่ จะคว้าสิทธิ์ในการเข้าเรียนที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้หรือเปล่าต่างหาก”
ถึงแม้ว่าการที่หลี่ลั่วมีอัตลักษณ์น้ำปรากฏออกมาจะทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง แต่ถามว่าเขาเสียดายไหม เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นเลยจริงๆ
อย่างไรเสียอัตลักษณ์น้ำนั่นมันก็ปรากฏขึ้นมาช้าเกินไป หลี่ลั่วในตอนนี้มีระดับพลังอัตลักษณ์เพียงแค่ระดับห้าตรา ยิ่งไปกว่านั้น ตัวอัตลักษณ์น้ำเองก็ไม่ได้มีระดับสูงมากนักด้วย ดังนั้นในสายตาของหลินเฟิงแล้ว หลี่ลั่วก็เป็นเพียงแค่คนที่ดิ้นรนจนโผล่ขึ้นมาจากโคลนตมได้ครึ่งตัวเท่านั้น ส่วนการจะกลับไปยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดอีกครั้ง คิดว่าเหล่านักศึกษาที่โดดเด่นในตึกหนึ่งของเขาเป็นเพียงแค่ไม้ประดับจริงๆ หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสอบใหญ่ของวิทยาลัย