ได้ไปเล็กน้อย แต่ในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ แต่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกตัวขึ้นมา
เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่บุคคลทั้งสองท่านนั้นแล้ว…
เป็นเพียงแค่สวะไร้ค่าที่ไร้อัตลักษณ์เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยื่นมือออกไป ตบลงบนถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะทันที มีเสียงดังกังวานขึ้นมา ซึ่งถ้วยชาทั้งใบก็ถูกฟาดจนกลายเป็นผงธุลี
เสียงกระทบนี้ ทำให้ประมุขเก้าหอที่อยู่ในที่นี้ตกใจไปเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกตัวขึ้นมาในทันที
จากนั้น พวกเขาก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ส่วนประมุขหอสามคนที่อยู่ข้างๆ เผยฮ่าวก็รีบนั่งลงทันที
ส่วนประมุขหกหออีกฝั่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือคำนับหลี่ลั่วที่เดินออกมา
“คารวะคุณชายน้อย”
ตอนนี้พวกเขาตั้งใจมองมาที่หลี่ลั่วอีกครั้ง จึงได้พบว่าถึงแม้เขาจะมีใบหน้าคล้ายกับหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานอยู่บ้าง แต่ก็ยังขาดบารมีที่น่าเกรงขามไป ยังดูเด็กน้อยไร้ประสบการณ์มากเกินไป
ภาพลวงตาเมื่อครู่นี้มันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา พวกเขาเพียงแค่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเท่านั้น
และสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจมากที่สุดคือ ผมสีเทาขาวของหลี่ลั่ว
กระทั่งเจียงชิงเอ๋อร์ก็มองผมของหลี่ลั่วด้วยความสงสัย เจ้าหมอนี่เมื่