ดพระเนตรมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จนแม้แต่ผู้ที่เคยทำ ก็จำได้ไม่หมด
ทว่าผู้ที่ไม่เคยทำ…พระองค์จดจำได้แจ่มชัดนัก
เพราะฉะนั้น พระองค์จึงมิได้ใส่ใจต่อการแสดงของลวี่หยาง กลับยังทรงชมชอบอยู่บ้าง — หากแม้เพียงงานฉากหน้าเจ้าก็มิคิดจะทำ แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าความจงรักภักดีของเจ้ามีอยู่จริง
“ประกาศพระราชโองการของเรา”
ครั้นดำริถึงตรงนี้ จักรพรรดิแห่งราชสำนักเต๋าเผยพระโอษฐ์เปล่งเสียง ดังก้องดุจท่วงทำนองแห่งเซียนแผ่วออกจากตำหนักเทียนอู๋ในบัดดล บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนพลันสั่นรับทันที
“ให้ราชันย์มังกรตงถิงตูฮ่วน เข้านครหลวงโดยพลัน”
ในเวลาเดียวกัน ภายในถ้ำพำนักอันห่างไกล…
ลวี่หยางนำเหล่าอสูรบำเพ็ญเพียรออกนั่งเรียงกันทีละตน แม้เขาได้ใช้พรสวรรค์หุ่นเชิดควบคุมสะกดพวกมันให้หลับใหลแล้ว แต่กลับมิได้บังคับบัญชาอย่างแข็งกร้าว
ตราบใดที่พรสวรรค์หุ่นเชิดยังไม่เคลื่อนไหว เหล่าอสูรบำเพ็ญเพียรก็จะไม่มีอาการผิดแผกใด จะมีเพียงเมื่อเขาประสงค์จึงจะเร่งรัดควบคุมให้เคลื่อนไหวได้ วิธีนี้ลวี่หยางล้วนเรียนรู้มาจากพระผู้เป็นเจ้า เพราะวิธีที่พระผู้เป็นเจ้าใช้ควบคุมเหล่าสงฆ์ในแดนสุขาวดีด้วยหมื่นจิตหนึ่งใจก็เป็นตรรกะเดียวกัน
ทว่าในขณะนั้นเอง
จู่ ๆ ตำแหน่งราชันย์มังกรตงถิงเหนือศีรษะของลวี่หยางพลันสั่นสะเทือนกึกก้อง จากนั้นเสียงเซียนหนึ่งสายก็ลอยออกมา ทำให้สีหน้าของเหล่าอสูรบำเพ็ญเพียรรอบข้างพลันแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง
“