บรรพชนถิงโยวตั้งใจจะยึดโยงไว้ตั้งแต่แรกเมื่อสร้างตำหนักเหยียนโม่ การพึ่งพาตะเกียงดับแสงนั้นสุดท้ายแล้วยังคงฝืดเคืองและมีข้อขัดข้องอยู่บ้าง
ดินบนกำแพงจึงเหมาะสมที่สุด!
โดยเฉพาะในยามนี้ที่บรรพชนถิงโยวได้แก้แค้น สติปัญญาอันล้ำเลิศของลวี่หยางก็ราวกับน้ำพุพวยพุ่ง ความคิดพลันไหลบ่า ราวกับหลั่งรินไม่ขาดสาย ดันให้การขับเคลื่อนของตำหนักเหยียนโม่ขึ้นถึงขีดสุด!
“ฟู่…”
ยามนั้นเห็นเพียงลวี่หยางผ่อนลมหายใจขุ่นออกมาอย่างล้ำลึก ลมปราณดุจลูกศรพุ่งทะลุอากาศ แผ่ขยายออกไปไกลไม่รู้กี่ลี้ ก่อนจะค่อยๆ สลายไปในที่สุด
และในลมหายใจขุ่นนั้น คล้ายยังเห็นเงาระบายของหมู่ตำหนักเรือนหลายแห่งกำลังสลายดับไป… เหล่านี้ล้วนเป็นร่องรอยแห่งบาดแผลที่เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินทิ้งไว้แก่เขา เดิมทีแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้าง ทว่าบัดนี้เมื่อเขาหันไปยึดโยงตำแหน่งมรรคผลดินบนกำแพง กลับกลายเป็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสลายบาดแผลเหล่านี้
เมื่อผ่อนลมหายใจจนหมดสิ้น
ลวี่หยางก็ลืมตาขึ้น รอยร้าวเล็กละเอียดทั่วร่างได้สมานหายไปไม่น้อย เพียงแต่ยังเหลือบางส่วนที่เกิดจากฝีมือของโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ย
ทว่าก็มิได้กระทบต่อกำลังรบของเขา
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางพลันปรายตามองไปทางทิศของแดนสุขาวดีเจียงซี มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น ‘ข้าพูดไว้แล้ว ว่าข้าจะกลับมาแน่’
กลับมาเยือนดังสายฟ้าฟาด!
เพียงจิตหนึ่งแล่นผ่าน ตำแหน่งมรรคผลดินบนกำแพงก็โอบ