ล้อมกายเขา ปิดกลั้นกระแสพลัง ตัดขาดเหตุและผล ทำให้ยากจะมีผู้ใดล่วงรู้ได้
ในชั่วพริบตา เขาก็กลับถึงแดนสุขาวดีเจียงซีแล้ว
และในยามนี้ โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยยังคงพัวพันกับอั้งเซียวอยู่เต็มกำลัง จิตใจทั้งสิ้นล้วนเทไปที่การต่อสู้โดยไม่รู้ตัว พลันละเลยต่อการหยั่งรู้สิ่งอื่น
อุปสรรคแห่งญาณรู้
ลวี่หยางพลันเข้าใจแจ่มชัด เขาโดนกระบวนท่านี้มามากพอ คราเดียวก็มองออกว่าภาวะของโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยในเวลานี้ผิดไปจากปกติ!
เมื่อเห็นดังนั้น ลวี่หยางก็ลูบมือเตรียมพร้อมทันที
‘ถึงคราวข้าแล้ว’
จู่โจมฉับพลัน!
ลวี่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก ดาบวิเศษหนึ่งเล่มก็ปรากฏในมือ นั่นคือกระบี่ญาณทัศนะสถิตแดนอัศจรรย์เร้นลับทะยานฟ้า บัดนี้เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินมอดสิ้น เขาที่ถือครองตำแหน่งมรรคผลดินบนกำแพงชั่วคราว ดังนั้นสมบัติแท้จริงชิ้นนี้ก็มิจำเป็นต้องให้เขาหลอมรวม กลับสมัครใจสวามิภักดิ์เอง!
วินาทีถัดมา แสงกระบี่ก็พลันพุ่งโรจน์!
แทบจะพร้อมกันนั้น โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยซึ่งยังมีอาการพร่าเลือนก็สะดุ้งวาบขึ้นมาจิตกำเนิดล่วงรู้เหตุร้ายในบัดดล พลันหยั่งถึงกระแสฆ่าฟันที่ใกล้เข้ามา
ทว่าอั้งเซียวก็ลงมือแล้ว
“ภาพลวงตา! เป็นเพียงภาพลวงตาของท่าน มิมีผู้ใดคิดจะสังหารท่าน…”
ม่านลวงอันไร้รูปตกลงดุจสายลมพัดผ่าน เพียงชั่วพริบตาก็พัดพากระแสเตือนภัยของโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยให้จางหาย ทำให้ในใจนางพลันปะทุความคิดนับหล