่นนี้
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังฝืนยืนหยัดมาได้จนถึงบัดนี้ ต้องยอมรับว่าทำให้โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยยังคงมีความระแวง เกรงว่ามหาเจินจวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้อาจมีวิธีตักตวงใดซ่อนเร้นอยู่ ดังนั้นแม้จะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ นางก็ยังระวังตัวอย่างยิ่ง ถึงขั้นเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน
แต่อั้งเซียวกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย
“แพ้ชนะยังมิอาจตัดสินได้…เจ้าหัวโล้น อย่าเพิ่งลำพองใจนัก”
สิ้นคำ อั้งเซียวก็เหลือบมองไปทางที่ลวี่หยางจากไปเพียงแผ่วเบา สัญชาตญาณบอกเขาว่า อีกฝ่ายไม่มีทางถอนตัวเพียงเท่านี้!
หงยวิ๋นวางหมากมานานเพียงนี้ มิได้กอบโกยผลประโยชน์ใด นอกจากสังหารเจิ้งเต๋อเพียงผู้เดียว… เจินจวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์จะยอมทำเรื่องเหนื่อยเปล่าเช่นนี้กระนั้นหรือ!
ย่อมเก็บเล่ห์ร้ายไว้ในใจแน่!
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่อั้งเซียวกลับไม่ใส่ใจนัก เพราะโดยเคร่งครัดแล้ว เขากับลวี่หยางหาได้มีความขัดแย้งกันตรง ๆ กระทั่งในความหมายหนึ่งยังนับว่าเป็นพันธมิตรกันอยู่!
คิดถึงตรงนี้ เขามิได้เอ่ยเตือนโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยเลยแม้แต่น้อย
กลับกัน ยังลอบขับเคลื่อนอุปสรรคแห่งญาณรู้อาศัยที่นางหันความสนใจทั้งหมดมาที่เขา ทำให้นางมองข้ามลวี่หยางไปเสียสิ้น!
เป้าหมายของเขาคือตำแหน่งมรรคผลกระบี่ ส่วนเป้าหมายของข้าคือทำลายพุทธเกษตรบนแดนดิน เช่นนั้นเราก็นับว่าฝ่ายเดียวกัน! ต่อให้เขามีเล่ห์กลใด ก็คงตกอยู่ที่เจ้าหัวโล้นนั่น…
เพ