ุดชะงักลง
ดินบนกำแพงคือพลังที่ลมปราณสถิตปิดกั้น สรรพสิ่งล้วนเก็บงำ ปกปิดเร้นร่าง ภายในภายนอกไม่อาจติดต่อกัน มรรคผลนี้โดยเนื้อแท้คือสุดยอดแห่งวิชาใช้ผนึกกัก
เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินซึ่งเชื่อมรับกับมรรคผลนี้ จึงบ่มเพาะได้กระบี่ไร้คม แม้ไร้ความแหลมคม กลับมีน้ำหนักดุจภูผาใหญ่ ในยามนี้จึงกดลงมาบนร่างลวี่หยาง ทำให้กายวิชาดุจต้องแบกภูผา พลังวิชาดุจรับมหานที สักครู่เดียวก็ไม่อาจขยับเขยื้อน!
‘ได้แล้ว!’
ชั่วพริบตานั้น มืออีกข้างของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินได้ประสานมือทำมุทราอย่างแม่นยำ แปรเป็นจุดแสงทองบนคมกระบี่ แตะลงตรงหว่างคิ้วของลวี่หยาง
‘คัมภีร์ลับเมฆฟ้ารับตะวัน!’
เมฆนั้นคือธาตุดินอู้ เมื่อตกลงสู่พื้นย่อมเป็นภูผา คือปราณที่ผ่านดินลอยฟ้าอันกลวงว่าง ในยามนี้กระแทกเข้าสู่กระหม่อมของลวี่หยาง ก็เพื่อจะผนึกจิตสำนึกของเขาไว้พร้อมกัน!เมื่อถึงตอนนั้น เขาย่อมตกอยู่ในกำมืออีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
ฉับพลัน สถานการณ์ของลวี่หยางตกสู่ห้วงอันตรายถึงขีดสุด ราวกับยืนอยู่เบื้องหน้าเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินโดยไร้การป้องกัน ปราศจากหนทางโต้กลับแม้เพียงเล็กน้อย
ทว่าทันใดนั้นเอง ในระหว่างคิ้วของลวี่หยางกลับปรากฏเป็นจุดดำหนึ่งจุด ขยายกว้างออกอย่างฉับไว แปรเป็นตำหนักใหญ่ตระหง่านมั่นคง ขวางอยู่เบื้องหน้าคมกระบี่ของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน ตัดขาดแสงแห่งวิชาคัมภีร์ลับเมฆฟ้ารับตะวันโดยสิ้นเชิง
ตำหนักเหยียนโม่!
ชั่วขณะ