นั้น ลวี่หยางพลันเปล่งรัศมีเรืองรองไปทั่วทั้งร่าง งามตระการราวเทพบรรพกาลเสด็จลง ลบล้างพันธนาการทั้งมวลที่เคยพันธนาตัวเขา
“เพล้ง!”
พร้อมเสียงแตกหักอันชัดใส ลวี่หยางก้าวถอยอย่างโซซัดโซเซหนึ่งก้าว ผนึกที่เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินลงมือวางไว้บนกายเขาก็แตกสลายตามไป
เกือบจะในเวลาเดียวกัน เขาก็มั่นมือประสานมุทรา
“ฮู่!”
เพียงเห็นลวี่หยางอ้าปาก เปลวเพลิงหนึ่งสายก็พวยพุ่งจากระหว่างริมฝีปากและฟัน พองตัวขึ้นตามแรงลม พลันกลายเป็นมหาสมุทรเพลิงร้อนแรงสุดขั้วในพริบตา
ภายในมหาสมุทรเพลิง คลื่นไฟถาโถมเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า สีสันเร้นพิสดารนับมิถ้วนทับซ้อน ประกอบ จนสุดท้ายหลอมรวมเป็นจุดเพลิงสีน้ำเงินดุจฟากฟ้า มิได้ให้โอกาสเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินถอยหนีหรือหลบหลีกแม้แต่น้อย เพียงความคิดเคลื่อนไป ก็สาดลงสู่ร่างของเขา
‘ประกายหยกโคมทองอันโอภาส!’
เพลิงสีน้ำเงินนั้นดูราวเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยนัยทะลวงสรรพสิ่ง ระเบิดเป็นหมู่มวลรัศมีตระการตาทั่วร่างกายของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินทันที
“ครืน!”
ใต้การต่อสู้ดุเดือดของทั้งสอง พลังวิชาไม่อาจเก็บกักได้อีก สะเทือนถึงเมฆาอัสนีทั้งสามสิบหกชั้น จนแม้กระทั่งเศษดาราและอุกกาบาตนอกฟ้าก็พลันระเบิดแหลกเป็นผุยผง
เพียงชั่วขณะ ก็เห็นดั่งห่าดาวร่วงราวสายฝน เพลิงทิพย์ลุกวาบกลางนภา
ทว่าในฐานะผู้ก่อเรื่องทั้งหมด เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินกับลวี่หยางกลับเร้นวิชาแต่เนิ่นๆ ยืนมั่นแย