ไงกันดี?”
“อยู่ที่นี่ก่อนหนึ่งคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยหาทางเข้าหมู่บ้าน” เฝ่ยไป๋ลู่ตอบพลางย่อตัวลงตรวจอาการของกานว่าง
“ในเมื่อไม่มีลมย่อมไร้คลื่น*[2] ไม่ว่ายังไงก็จะต้องมีสาเหตุว่าทำไมหมู่บ้านนี้ถึงถูกเรียกว่าหมู่บ้านผีสิงแน่” เหมียวจื่ออั๋งเงยหน้าขึ้นแล้วพูด “พิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว พรุ่งนี้พวกเราหาทางออกไปจากที่นี่ไม่ดีเหรอ? อย่าเข้าไปในหมู่บ้านเลย”
เฝ่ยไป๋ลู่พลันจมอยู่ในห้วงความคิด
เหมียวจื่ออั๋งพูดถูก จะต้องมีสาเหตุบางอย่างทำให้หมู่บ้านเสี่ยวเหวินถูกคนขนานนามว่า ‘หมู่บ้านผีสิง’
ส่วนคนนอกที่ซูม่านม่านบอกว่ามาสำรวจและจับผี เดาว่าน่าจะเป็นนักสำรวจที่มีจิตวิญญาณรักการผจญภัย แบ็กแพ็กเกอร์ชื่อดังทางอินเทอร์เน็ตที่อยากรู้อยากเห็นและปรมาจารย์ฮวงจุ้ย
การที่คนนอกรู้จักหมู่บ้านนี้ นี่แสดงว่าหมู่บ้านเสี่ยวเหวินไม่ใช่หมู่บ้านโดดเดี่ยว
ไม่แน่อาจค้นหาข้อมูลหมู่บ้านเสี่ยวเหวินได้บนอินเทอร์เน็ต เฝ่ยไป๋ลู่พลันหยิบโทรศัพท์ออกมา กวาดตามองไปที่บรรทัดบนสุด แล้วสายตาก็หยุดลงที่กากบาทสีแดง
ไม่มีสัญญาณ…
เธอเลิกคิ้วขึ้นทันที “ออกไปไม่ได้แล้ว”
ไม่เพียงไร้สัญญาณโทรศัพท์ แต่เครื่องมือช่วยเหลือที่การแข่งขันลัทธิปรมาจารย์เต๋าจัดสรรให้ยังเกิดความผิดปกติอย่างชัดเจน ทั้งยังใช้งานไม่ได้ด้วย
‘หรือมีการแทรกแซงจากคนนอก?’
เฝ่ยไป๋ลู่สีหน้าเคร่งเครียด ‘เป็นคนของกลุ่มนั้นงั้นเหรอ?’
“นี่มันสถานที่เส็งเคร็งแบบไหนกันเนี่ย? ถ้าฉั