นขอยอมแพ้แล้วถอนตัวจะได้หรือเปล่า?” เหมียวจื่ออั๋งอยากร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตาให้ไหล การแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าครั้งนี้อันตรายกว่าที่เขาจินตนาการไว้
ตอนนี้ความหวังในใจจึงดับมอดอย่างสมบูรณ์
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ในเมื่อออกไปไม่ได้ อย่างนั้นก็เดินหน้าต่อ” เฝ่ยไป๋ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ขอเพียงพวกเรารู้ความลับของหมู่บ้านนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะออกไปไม่ได้”
“ซูม่านม่านพูดเกี่ยวกับ ‘คำสาปแช่งของเทพเจ้า’ ชัดเจนมากว่านี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ภารกิจลุล่วงได้ พวกเราต้องไปหาเธอที่หมู่บ้านแล้วถามให้แน่ชัด”
หมู่บ้านที่ผิดปกติขนาดนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอีก
เขาแค่จะเข้ามาฉวยโอกาสในช่วงชุลมุน เพื่อเอารางวัลเข้าร่วมแข่งขัน
ไม่ได้อยากเอาชีวิตน้อย ๆ มาเสี่ยงเสียหน่อย!
เหมียวจื่ออั๋งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วปฏิเสธข้อเสนอของเฝ่ยไป๋ลู่โดยไม่รู้ตัว
เฝ่ยไป๋ลู่เจาะลึกจิตใจของเขา พูดเสียงทุ้มต่ำ “นั่งงอมืองอเท้าก็คือรอความตาย ถ้านายอยากตาย ฉันก็จะไม่ห้าม”
เหมียวจื่ออั๋งสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วแยกตัวออกไป
เฝ่ยไป๋ลู่จึงย้ายกานว่างไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย
เธอเอื้อมมือไปปิดตาเขา แต่กลับพบว่าไม่ว่าทำอย่างไรก็ปิดไม่ได้
เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมา ก็มีท่าทาง ‘ตายตาไม่หลับ’ แบบเดียวกับกานว่างใช่ไหม?
เฝ่ยไป๋ลู่คิดหาสาเหตุไม่ออก
ครั้นแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับไป ทั่วทั้งพื้นที่รกร้างก็ถูกปกค