ายจึงถอดกระบี่ที่เหน็บไว้ข้างเอวออก ขว้างลงสู่พื้น”
“กระบี่นั้นตกถึงดินก็หยั่งราก งอกเงยขึ้นท่ามกลางสายลม”
“จนท้ายที่สุด…ก็กลายเป็นประตูเขาของนิกายกระบี่ในทุกวันนี้ กระบี่คู่กายของจ้าววิถีก่อกำเนิดเชียวนะ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่…แต่นิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่มีของแบบนี้แน่”
ลวี่หยางรำพึงในใจ แม้เจินจวินทั้งหลายพากันปลีกตัวหลบเร้น แม้ไร้เงาของท่านปราบมาร แม้เชว่เซียจะบาดเจ็บสาหัส
แต่กระนั้น นิกายกระบี่ก็ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองแดนเจียงหนานมาแต่ไหนแต่ไร
ในยามนี้เมื่อค่ายกลพิทักษ์เขาถูกกระตุ้นขึ้น ก็ยังคงประหนึ่งด่านเหล็กกำแพงทองอันสูงเสียดฟ้า ขวางกั้นเขาไว้แน่นหนาหน้าทางขึ้นเขา
ทอดตามองไป ก็พลันเห็นเงาร่างบางส่วนอยู่ไกลลิบ
แม้จะยังไม่อาจแลเห็นผาจี๋เทียนตรงกลางได้ แต่ภูผารอบนอกบางแห่งก็ไม่อาจเล็ดรอดจากการสัมผัสของลวี่หยางไปได้ ในหมู่ผู้คนเหล่านั้น มีแม้กระทั่งประมุขตระกูลเย่—เย่เส่าอิง
“ตึงงงงง—”
เสียงระฆังกังวานพลันดังสะท้อนออกมาจากส่วนลึกที่สุดของนิกายกระบี่ นี่คือสัญญาณเตือนภัยยามศัตรูรุกล้ำ
เพียงชั่วพริบตาเดียว เส้นสายของปราณกระบี่นับไม่ถ้วนก็ลอยขึ้นจากภายในนิกาย
วินาทีถัดมา เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
คือเย่เส่าอิง ประมุขตระกูลเย่ ข้างกายเขาคือเย่เฉิง เจินเหรินหนุ่มแห่งตระกูลเย่ ทั้งสองคนล้วนจับจ้องมายังลวี่หยางที่ยืนอยู่หน้าภูเขาด้วยแววตาเคร่งเครียด
“สหายนักพรตผู้นี้”
เย่เส่าอิงเอ่