ในใจเขารู้สึกขมขื่นอย่างที่สุด ความทรงจำเหล่านั้นเป็นแผลเป็นที่เขาไม่อยากเปิดเผย วันนี้มันกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าเจียงหลี แม้ว่ามันจะได้เลือดก็ตาม
“ข้ารูปงามหรือไม่” เว่ยจี๋ถาม
เจียงหลีหันไปมองเขา
แน่นอนว่าเว่ยจี๋งดงามมากจริงๆ โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนที่เขากำลังเอ่ยถามประโยคนี้ ดวงตาเรียวดุจหงส์แฝงความเย็นชา แต่กลับน่าหลงใหลด้วยความอ้อยอิ่งหยาดเยิ้ม
“เพราะเนื้อหนังของข้าเช่นนี้ ข้าถึงได้เจอกับเรื่องน่าอายและน่าเศร้าที่สุดในโลก” เว่ยจี๋เยาะเย้ย และปรากฏแสงเย็นวาบในดวงตา “พ่อแม่ของข้าต่างเป็นคนธรรมดา ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกท่านให้กำเนิดข้ามาได้อย่างไร ตอนที่ข้าอายุเก้าขวบ มีสตรีจากกลุ่มอำนาจเล็กๆ มาตกหลุมรัก จากนั้นนางก็มาแย่งข้าไป พ่อแม่ตามไปช่วยข้า แต่กลับถูกนางฆ่าตายอย่างไร้ความปรานีต่อหน้าต่อตาข้า ข้าเห็นนางหัวเราะแล้วควักหัวใจของพ่อแม่ข้ามาเหยียบย่ำกับตาตัวเอง”
เจียงหลีตกใจและรู้สึกถึงความสิ้นหวังและความเกลียดชังในความทรงจำของเว่ยจี๋
“แล้วข้าก็ถูกนางพากลับไปด้วย จากนั้นก็ข่มเหงข้า…” อยู่ๆ เว่ยจี๋ก็หยุดพูด ดวงตาพลันเย็นเยียบไม่มีสิ่งใดเปรียบ และน้ำเสียงก็ดำดิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เด็กชายวัยเก้าขวบคน