ี๋มีแสงส่องราวกับดวงดารา และรอยยิ้มของเขาเกือบจะล้นแก้มออกมาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าทำไม ทุกครั้งที่เขาเห็นเสิ่นฉง แม้ว่าเขาจะได้เพียงแค่กลิ่นลมหายใจบนร่างกายของเสิ่นฉง เขาก็รู้สึกสงบมั่นคงเป็นอย่างมาก ด้วยมนตราที่สามารถทำให้ลืมปัญหาทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
ความสบายใจที่อธิบายไม่ถูกทำให้เว่ยจี๋คะนึงหาและมีความลังเลสับสน
ตกลง นี่มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่
‘เจ้ามีใจให้ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าใช่หรือไม่’ คำพูดของเจียงหลียังคงวนเวียนและดังอยู่ในหัวของเขา รอยยิ้มมุมปากของเว่ยจี๋นิ่งค้าง หัวใจดวงนั้นที่รู้สึกสงบเมื่อได้เห็นเสิ่นฉงก็เริ่มกระวนกระวายสับสนขึ้นมา
ปัง ปัง ปัง!
เสียงการต่อสู้อันดุเดือดยังคงระเบิดออกมาไม่หยุด
การประลองครั้งนี้ตัดสินได้ยาก ถึงขนาดที่สุดท้ายเจียงหลีและเสิ่นฉงแยกจากกัน ก็ดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นผู้ชนะ
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไม่ได้ออกแรงเต็มที่” เจียงหลีเอ่ยขำ
แต่เสิ่นฉงกลับเอ่ยว่า “มันเป็นเพียงการประเมินว่าการฝึกฝนของศิษย์น้องหญิงว่าหย่อนยานหรือไม่ มันไม่ใช่การต่อสู้เอาเป็นเอาตาย ทำไมต้องทุ่มสุดตัวด้วยเล่า”
เจียงหลียิ้มตอบ “เช่นนั้น ศิษย์พี่ใหญ่ให้ข้ากี่แต้มดีเจ้าคะ”
“หากให้สิบแต้มก็เกรงว่าเจ้าจะได้