่ยชมด้วยความพิศวง:
“น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก”
“ดูทีเส้นชีพจรปฐพีนั้นจะเกิดผลกับเจ้าจริง การที่เจตจำนงกระบี่ของเจ้าก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ ปกติแล้วหากไร้สงครามใหญ่ก็ยากนักจะมีผลเช่นนี้”
“ดีมาก! ดีจริงๆ!”
เอ่ยจบ เขาก็หันไปมองกระบี่ ไม่สังหาร ที่วางอยู่เบื้องหน้าลวี่หยาง พลางกล่าวว่า “เจ้าหลอมเจตจำนงกระบี่ของตนสำเร็จแล้ว การชมเจตจำนงของข้าอีกต่อไปก็คงไม่เหมาะสม”
สิ้นคำ กระบี่ ไม่สังหาร ก็ถูกเขาเก็บคืนไป
ในขณะเดียวกัน ลวี่หยางก็ปัดแขนลุกขึ้น ค้อมกายคารวะเจินเหรินปราบมารด้วยความเคารพยิ่ง “ศิษย์โง่งม ยังต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่บ่มเพาะด้วยความอุตสาหะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” เจินเหรินปราบมารโบกมือเบาๆ แววตาที่ทอดมองลวี่หยางกลับยิ่งเปี่ยมด้วยความพึงใจ ราวกับมองเห็นต้นกุ้ยฉ่ายที่เติบโตงอกงาม หรืออัญมณีล้ำค่าที่ไม่อาจหาทดแทนได้ สบโอกาสจึงเปลี่ยนเรื่องว่า “ในเมื่อเจ้าออกจากการปิดด่านแล้ว เช่นนั้นก็อย่ารอช้า จงติดตามข้าไปยัง‘อวี้ชู’สักคราเถิด”
สิ้นถ้อย ลวี่หยางก็อดมิได้ที่จะรู้สึกยินดีในใจ
สิ่งที่เรียกว่า อวี้ชู นั้น ที่แท้ก็คือ หอสำแดงธรรม ของนิกายกระบี่ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมเคล็ดวิชาที่เจาะจงสำหรับผู้บ่มเพาะระดับวางรากฐาน ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของลวี่หยางในการมาที่นี่โดยแท้
‘ข้าบัดนี้ได้หลอมแดนมงคลเสวียนตูสำเร็จแล้ว การจะเลื่อนระดับขึ้นในระยะสั้นคงยากยิ่ง ด้วยว่า “แก่นแท้ทองคำ” จำต้องใช้ดวงวิญญาณในกา