ว่า เจ้าอยากพิสูจน์ให้คนทั้งโลกได้เห็นว่าเจ้าสามารถกลั่นสุราได้” เจียงหลีเอ่ยถาม
จู่ๆ เว่ยจ็ก็ขำออกมา แล้วถามกลับไปว่า “เหตุผลอะไร มันสำคัญด้วยหรือ ถึงอย่างไร ไม่ว่าตอนแรกข้าคิดอย่างไรถึงอยากกลั่นสุรา ตอนนี้ มันก็กลายเป็นกิเลสของข้าไปเสียแล้วล่ะ”
เจียงหลีนิ่งเงียบ
รู้จักมักจี่คุ้นเคยกันมาหลายปี ยากนักที่นางจะเห็นเว่ยจี๋เป็นเช่นนี้
“ช่างเถอะ ข้าจะพูดเรื่องพวกนี้กับเจ้าไปทำไมกัน” ผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ เว่ยจี๋ก็หัวเราะอีก แล้วทำเป็นปัดป่ายมืออย่างไม่ใคร่ใส่ใจ
“ออกไปเดินเล่นดีไหม” เจียงหลีเสนอแนะ
เว่ยจี๋ก็หัวเราะขึ้นทันที “เจ้าอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปี ราวกับเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ไปเสียแล้ว”
เจียงหลีกระตุกคิ้วและยิ้มให้
จะว่าคำพูดนี้ก็ไม่ถือป็นความเท็จเสียทีเดียว อยู่ที่นี่มาหลายปี เว่ยจี๋พานางไปสถานที่ต่างๆ หลายที่ สามารถพูดได้เลยว่า อยู่เป็นศูนย์กลางของเหล่าวิญญาณชั่วร้าย ไม่มีวิญญาณชั่วร้ายตนไหนไม่รู้จักคนที่ชื่อเจียงหลีอีกแล้ว
วิญญาณชั่วร้ายใดๆ ก็ตามที่ต้องการหลุดพ้นจากดินแดนผนึกมาร ก็จะเป็นฝ่ายมาหาเจียงหลีก่อน แล้วขอให้นางทำลายกิเลสให้ ถึงอย่างไร ทุกปีจะมีคนเข้ามาแค่สามสิบห้าคน ในสามสิบห้าคนนี้ มี