อนไว้เปิดเผยออก กมาชัดเจนเต็มสองตา
เจียงหลีช้อนสายตามองเขา แล้วก็หันไปสนใจศึกษาอัศวินเกราะทองอีกครั้ง แล้วเอ่ยเตือนเว่ยจี๋เสียวเรียบนิ่ง “ใจร้อนทำไม ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปีมิใช่หรือ”
“เหอะ” เว่ยจี๋หัวเราะเบาๆ แล้วหมุนตัวออกไป “ไม่มีสุราให้ดื่มแล้ว”
ทันใดนั้นเอง สุราไหหนึ่งก็ร่วงลงมาจากอากาศ เขาเอื้อมมือขึ้นไปแล้วรีบคว้าเอาไว้ให้มั่น ชักมือกลับมาแล้วเปิดฝาไหสุราออก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความมึนเมา “อืม! อวี้ลู่เนี่ยงยังคงหอมรัญจวนใจที่สุด”
“เช่นนั้นเจ้ากลั่นเหล้าได้หรือยัง” เสียงของเจียงหลีที่ดังมาจากข้างหลัง ดูเหมือนจะถามเรื่อยเปื่อยตามประสา
และเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของนาง สีหน้าของเว่ยจี๋พลันเปลี่ยนไปทันที แววตาดำดิ่ง เขาหันขวับไปมองเจียงหลีที่กำลังศึกษาเจ้าหุ่นอัศวินเกราะทอง “เมื่อครู่นี้ เจ้าว่าอะไรนะ”
“ข้าพูดว่า…” เจียงหลีวางอุปกรณ์ในมือลง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น พลิกตัวช้าๆ เพื่อเผชิญหน้ากับสีหน้ามืดครึ้มนั้นของเว่ยจี๋ แล้วยิ้มให้เป็นประกายสดใส “ข้ารู้แล้วว่ากิเลสข