ที่เดิม หลุบตาต่ำมองเขายิ้มสดใสเป็นพิเศษ
ราวกับรับรู้ถึงรอยยิ้มอันสดใส เว่ยจี๋จึงเงยหน้าขึ้นและพบกับดวงตาที่ฉายแววเยาะเย้ยแต่กลับดูสดใสของเจียงหลีที่ทำให้ใจเขาสั่นไหว
โดน! เล่นงาน! แล้ว!
ความคิดหนึ่งออกมาจากใจของเว่ยจี๋ ทันใดนั้น เพลิงแห่งความโกรธก็ลุกไหม้อยู่ใต้ดวงตาทั้งคู่ของเขา
ทันใดนั้น เขาก็ลุกขึ้นจากพื้นและยืนจังก้าต่อหน้าเจียงหลี โดยยังคงถือไหอยู่ในมือ ราวกับกลัวว่า เจียงหลีจะแย่งไปจากเขาก็มิปาน
“เจ้าแกล้งข้า!” เว่ยจี๋เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องเจียงหลีเขม็ง
แม้แต่การแสดงออกที่เกรี้ยวกราดบนใบหน้ารูปงามของเว่ยจี๋ก็ยังทำให้ผู้คนรู้สึกสบายตา
ทันใดนั้น เจียงหลีก็รู้สึกว่าการถูกขังโดยวิญญาณชั่วร้ายที่รูปงามเช่นนี้โชคดีกว่าถูกขังโดยวิญญาณชั่วร้ายที่น่าเกลียด
เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นอย่างมั่นใจ “เจ้าก็แกล้งข้าเหมือนกันมิใช่หรือ”
“ข้าแกล้งเจ้าตอนไหน” เว่ยจี๋ยิ้มเย็นชา ดวงตาหงส์เรียวคมเต็มไปด้วยแววขบขัน
เจียงหลียิ้มเล็กน้อย มองไปรอบๆ สุสานแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้าบอกว่าจะแต่งงานกับข้า ก็แค่อยากล้อข้าเล่นเท่านั้น เพราะอยากเห็นข้ากลัวจนหัวหดล่ะสิ ที่จริง จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้า ก็แค่อยากขังข้าเอาไว้ที่