ี่ผู้นั้น คงใกล้ถึงวาระใหญ่เต็มที อีกไม่นานก็ต้องเวียนว่ายไปสู่การจุติใหม่’
หากตนคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ ก็คงกระทำตามแบบเดิมได้อีกครา ตวัดกระบี่สังหารเจินจวิน!
เมื่อนั้น ก็จะได้แก่นแท้ทองคำอีกหนึ่งสายไม่ใช่หรือ?
“…ออกเดินทางเถิด”
เมื่อความคิดแล่นถึงจุดนี้ ลวี่หยางก็ไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป ลุกขึ้นยืนโดยฉับพลัน สายตาจับจ้องไปยังฟากฟ้าอันห่างไกล หลังจากพลัดพรากจากถิ่นฐานมานานนับสิบปี…ก็ถึงคราวกลับเสียที!
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ลวี่หยางกลับหาได้คิดจะใช้ธงหมื่นวิญญาณเพื่อส่งตนไปยังร่างจำแลงแห่งกระบี่ไม่ ทั้งนี้เพราะร่างจำแลงแห่งกระบี่ถูกฟ้าดินเพ่งจับอย่างแนบแน่น หากกายแท้เดินทางไปถึงผ่านร่างจำแลงเมื่อใด ย่อมถูกฟ้าดินค้นพบในบัดดล เช่นนั้นย่อมสะดุดตาเกินไป ไม่สมกับนิสัยของเขา
“ครานี้…ข้าจะใช้เส้นทางปกติ!”
เข้าสู่สถานที่บัดซบนั่น…จากทะเลแสงนอกฟากฟ้า!
เมื่อกระทำเช่นนี้ ตนก็สามารถปลอมตนเป็นผู้บำเพ็ญจากภายนอกโลก ไม่ถูกฟ้าดินจับจ้อง แม้ในอีกความหมายนั้นก็ถือได้ว่าฟ้าดินกลับยินดีต้อนรับเสียด้วยซ้ำ!
‘ครานี้…ข้าจะก่อการใหญ่อีกระลอก!’
ในเมื่อโอกาสถือครองมรรคผลทองคำจำแลงมีเพียงครั้งเดียว เช่นนั้นก็ต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด หากไม่อาจรีดผลประโยชน์ออกมาให้ถึงที่สุด ก็เท่ากับทนฝืนอดกลั้นอย่างสูญเปล่าแล้ว!
“ตูม!”
เพียงหนึ่งความคิดบังเกิด ลวี่หยางพลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงอัศจรรย์สายหนึ่ง สาดพุ่งสู่เบื้องบนสุดแห่