านไปนานเข้า ตำแหน่งนั้นก็จะคุ้นชินกับเจ้า โดยธรรมชาติแล้วย่อมช่วยให้เจ้ามีโอกาสแสวงหาตำแหน่งนั้นได้แท้จริง”
เช่นเดียวกับบรรพชนถิงโยว
หากในปีนั้นเขาสร้างตำหนักเหยียนโม่ได้สำเร็จ ตำหนักนั้นก็จะเชื่อมโยงกับดินบนกำแพงกลายเป็นดินบนกำแพงจำลองขนาดย่อม
‘มิน่าล่ะ เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินจากนิกายกระบี่ จึงสามารถฟันลัทธิอสูรวิญญาณพินาศได้ในหนึ่งกระบี่’
เพราะหากว่ากันตามตรง ก็เหมือนกับมีผู้มาขโมยพลังจากตำแหน่งมรรคผลของตนไปอย่างหน้าตาเฉย ตำแหน่งมรรคผลถูกแบ่งไปครึ่งหนึ่ง ลองถามเถิดว่ามีใครอดทนได้บ้าง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของลวี่หยางก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป
‘เช่น นี้ หากเรานำแก่นแท้ทองคำของหงยวิ๋นมาใช้สร้างตำหนักเหยียนโม่ สิ่งที่ผูกติดย่อมคือ ตะเกียงดับแสง เช่นนั้นหรือ? เช่นนี้ก็น่าคิดแล้วสิ…’
ถึงอย่างไร ทุกคนต่างก็รู้กันถ้วนทั่วว่าตะเกียงดับแสงเป็นของสงวนของผู้ใด?
อั้งเซียว!
‘หากเราสามารถเรียกใช้พลังอานุภาพของตะเกียงดับแสงได้ ไฉนเลยจะไม่มีโอกาสพลิกกลับดินธาตุเฉิน แล้วทำลายห่วงสมบูรณ์แห่งธาตุทั้งห้าของอั้งเซียวให้ย่อยยับได้โดยตรงเล่า?’
แค่คิดถึงสีหน้าของอั้งเซียวในยามนั้น ร่างของลวี่หยางก็สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
แท้จริงแล้วเขาแทบอดรนทนไม่ไหว!
ส่วนข้อบกพร่องของตำหนักเหยียนโม่ เรื่องแก่นแท้ทองคำ ลวี่หยางก็นึกหาทางแก้ไขเฉพาะหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
‘หากจำไม่ผิด เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินจากนิกายกระบ