่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง “ให้ธิดาสวรรค์อย่างข้าได้จับนิดจับหน่อยก็นับว่าเป็นบุญของมันที่ได้เกิดมาชาตินี้แล้ว แต่ในเมื่อเจ้าของมาขัดลาภมันเสียก่อนก็ช่างมันเถอะ”
ธิดาสวรรค์?
เจียงหลีหรี่ตาจนตาหยี
“ชิงหว่าน เราไปกันเถอะ บอกว่าจะมาดูว่าผู้มาใหม่มีอะไรแตกต่าง แต่ก็ได้แค่นี้ล่ะนะ” สตรีที่เย่อหยิ่งคนนั้นกลอกตามองบนใส่เจียงหลีเอ่ยขึ้นกับสตรีอีกคนที่เงียบมาตลอด
หญิงสาวที่ถูกขานนามว่าชิงหว่านมองไปที่เจียงหลีอย่างขอโทษขอโพยถึงจะค่อยตามแม่นางเย่อหยิ่งคนนั้นไป แต่น้ำเสียงของนางยังคงลอยเข้าหูของเจียงหลี “ซู่ซิน เจ้าอย่าเป็นเช่นนี้สิ ต่อไปพวกเราอาจจะต้องได้ฝึกฝนด้วยกัน ท่านประมุขกล่าวไว้ว่ารอนางมาถึงเมื่อไหร่ก็จะถ่ายทอดทักษะการต่อสู้ชั้นยอดให้กับพวกเรา หากการฝึกหนักหนาสาหัสยังสามารถมอบวิญญาณยุทธ์ชั้นเยี่ยมให้กับพวกเราเป็นรางวัลอีกด้วย”
“นางหรือ คนไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าจะมาเปรียบเทียบกับข้าได้เยี่ยงไร” ซู่ซินยังคงพูดด้วยวาจาดูถูกเหยียดหยาม
“…”
เจียงหลีเฝ้ามองสองคนนั้นเดินจากไปแล้วเม้มริมฝีปากเบาๆ
จากบทสนทนาของพวกนาง ช่วยให้เจียงหลีได้รับข่าวสารบางอย่าง ดูเหมือนพวกนางทั้งสามคนจะมีสถานะเช่นเดียวกันใช่หรือไม่ ในเมื่อสำนักพรตเสวียนหมิงตามหาธิดาสวรรค์ได้ถึงสามคน นี่พวกเขาคิดจะทำการอันใดหรือ
ประกอบกับประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงที่พวกนางเอ่ยถึง เห็นได้ชัดว่าแม่นางทั้งสองนี้มาก่อนและยังเคยพบประมุขสำนักท่า