ยักหน้า
พูดกับเจียงเฮ่าเสร็จ เจียงหลีก็มองไปยังลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ทั้งสองคนยังคงอยู่ในท่าทางที่เป็นคู่กัดกันเหมือนทุกวัน เพียงแต่วันนี้อาจจะเป็นเพราะว่าจะต้องจากจากเจียงหลีอยู่แล้ว พวกเขาทั้งสองเลยไม่ทะเลาะกัน
“ซ้อ” ลู่เสวียนมีความไม่อยากไป
“ไปถึงซีฮวงแล้วก็ตั้งใจฝึกฝน อย่าให้พี่ชายและตระกูลลู่ของเจ้าต้องขายหน้า” เจียงหลีพูดด้วยรอยยิ้ม
ลู่เสวียนรู้สึกซาบซึ้ง ถึงแม้ว่าซ้อคนนี้จะอายุน้อยกว่าเขา แต่ก็คอยดูแลเขาทุกอย่าง ตอนนี้ต้องจากกันแล้ว รู้สึกเศร้าจริงๆ “วางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำให้ขายหน้า”
“ปัญหาของสายเลือดตระกูลลู่ พวกเจ้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด ไปถึงซีฮวงแล้ว ถ้าหากมีโอกาส ก็ไปสืบหาเองดู” เจียงหลีคิดแล้วก็พูดเตือนขึ้นมาประโยคหนึ่ง
สายเลือดของตระกูลลู่ ในหนานฮวงมีแค่ตระกูลเดียว หลังจากที่เจียงหลีรู้เรื่องราวของโลกใบนี้มากขึ้น ก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าตระกูลลู่อาจจะเป็นตระกูลที่ย้ายมาจากที่อื่นหรือเปล่า
อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ เพราะว่าเวลาผ่านมานานแสนนาน ไม่มีการบันทึกลำดับศักดิ์ของวงศ์ตระกูล ลู่หวังชวนก็ยิ่งไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นจึงไม่สามารถไปตัดสินอะไรได้
ถ้าหากตระกูลลู่เป็นตระกูลที่มาจากที่อื่นแล้วสืบทอดต่อๆ กันมา เช่นนั้นซีฮวงก็เป็นที่ๆ ดีที่สุดในการสืบหาต้นกำเนิด
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” ลู่เสวียนตอบกลับ
เจียงหลีมองไปที่เหวินเหรินชิ่งชิ่ง ทั้งสองคนมองตากันแล้วยิ้มให้กัน “ดูแลตัวเ