งของไป๋เซี่ยงกงได้ มิฉะนั้นเขาจะไม่เหลืออะไรเลย
ในใจดิ้นรน ไป๋เซี่ยงไท่งอขาทั้งสองข้าง เสียง ฟึบ! คุกเข่าลงกับพื้นแล้ว ด้วยพละกำลังที่มาก ทำให้พื้นในตำหนักของเหวินเหรินชิ่งชิ่งแตกร้าว
“ก้มหัวจนติดกับพื้น” ไป๋เซี่ยงกงพูดอีกครั้ง
“พ่ะย่ะค่ะ!” คำพูดนี้ของไป๋เซี่ยงไท่เบียดเสียดออกมาจากในลำคอของเขา ตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ ไม่ปิดบังความกล่ำกลืนและความเคียดแค้นในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
ไป๋เซี่ยงไท่โน้มหัวติดกับพื้นแล้ว แต่ว่าเป่ยเหมินเวยกลับไม่ได้สบายใจขึ้นเลยสักนิด
เขาจะสบายใจได้อย่างไร ไป๋เซี่ยงไท่ก็เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของเขาเหมือนกัน เขาเป็นกษัตริย์แห่งเป่ยโหรว ทุกอย่างที่นี่เป็นของเขา แต่ว่าคำสั่งของไป๋เซี่ยงกง กลับทำให้คนปฏิบัติตามได้มากกว่าคำพูดของเขาที่เป็นฮ่องเต้เสียอีก
วันนี้ ต่อหน้าขุนนางประเทศอื่น นึกไม่ถึงว่ากษัตริย์อย่างเขาจะถูกนายท่านแห่งตระกูลขุนนางบีบบังคับจนเป็นแบบนี้! ไป๋เซี่ยง…ไป๋เซี่ยง…ไป๋เซี่ยง…
เป่ยเหมินเวยพูดในใจซ้ำไปซ้ำมา ทุกครั้งที่พูด ก็ทำให้ความโกรธในใจของเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น วันนี้เขาแทบอยากจะฆ่าตระกูลไป๋เซี่ยงทั้งตระกูล อยากจะให้คนทั้งใต้หล้ารู้ว่าในแผ่นดินเป่ยโหรวนี้ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ!
“ฝ่าบาท ยอมรับผิดก็ยอมรับแล้ว พวกเราขอลาไปก่อน” ไป๋เซี่ยงกงพูดมาประโยคหนึ่งอย่างเย็นชา ท่าทางขอไปทีเอามากๆ
ต่อมา ก็ไม่ได้สนใจว่าเป่ยเหมินเวยจะอนุญาตให้พวกเขาไปหรือไม่ แล้