่างสุภาพอ่อนโยนว่า “ชิ่งชิ่ง ไม่ต้องกลัว พวกเขาเพียงแค่คิดว่าเจ้าให้ที่พักพิงแก่นักโทษ ให้พวกเขาค้นดู ถ้าหาไม่พบ ข้าจะให้พวกเขาชดใช้”
“นักโทษอย่างนั้นหรือ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งส่งเสียงตกใจ มองซ้ายมองขวา “คนในตำหนักของข้า อยู่นี่หมดแล้ว มีนักโทษที่ไหนกัน”
“เหอะ นักโทษก็คือทาสสาวคนนั้นที่ไปฝึกฝนด้วยกันกับพวกท่าน!” ไป๋เซี่ยงไท่ยกมือขึ้นโบก คนของตระกูลไป๋เซี่ยงที่ตามมาเริ่มค้นดูทุกซอกทุกมุมในตำหนักของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ดูทุกที่ที่สามารถซ่อนตัวได้
“เจวียนเอ๋อร์คือใคร” ไป๋เซี่ยงกงพูดอย่างเย็นชา
‘เจวียนเอ๋อร์’ ที่ยืนอยู่ข้างหลังเหวินเหรินชิ่งชิ่งรีบก้าวออกมา แล้วถอนสายบัว “ข้าน้อยก็คือเจวียนเอ๋อร์”
“เงยหน้าขึ้นมา” ไป๋เซี่ยงกงออกคำสั่งอีกครั้ง
‘เจวียนเอ๋อร์’ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยสดงดงาม
“ไม่ใช่นาง! คนที่เข้าวังมาเมื่อกี้ไม่ใช่นางแต่แรกแล้ว” ไป๋เซี่ยงไท่รีบพูดขึ้นมา
“คือนาง! ก็คือนาง! พวกเราเห็นกันตั้งหลายคนนะพ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่เฝ้าประตูวังรีบตอบ
“ไม่! ไม่ใช่!” ไป๋เซี่ยงไท่ดิ้นรนจนถึงที่สุด
“ก็คือนาง! ฝ่าบาท กระหม่อมกล้าเอาหัวเป็นประกันพ่ะย่ะค่ะ ว่าหญิงสาวที่เข้าวังมาเมื่อครู่นี้ก็คือนาง” เหล่าทหารต่างพากันสาบาน
ล้อกันเล่นรึ ถ้าหากว่าพวกเขาปล่อยให้ใครก็ไม่รู้เข้าวัง พวกเขาก็ต้องได้รับโทษใช่หรือไม่
พวกเขารู้สึกอึดอัดนิดหน่อย คนที่เข้าวังมาเมื่อครู่นี้ก็คือเจวียนเอ๋