เมื่อเรื่องที่ ‘ไป๋เซี่ยงถิง’ ไปพบลู่เสวียนที่เรือนรับรองซื่อฟางสองชั่วยามเต็มๆ แล้วจึงกลับไป ไปถึงพระราชวัง เป่ยเหมินเวยกำลังปรึกษากับหรงจิ่งเรื่องไฟไหม้ที่น่าประหลาดนั้นของตระกูลไป๋เซี่ยงอยู่
หลังจากที่เขาฟังรายงานจบ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “เหอะ! ตระกูลไป๋เซี่ยงนี่ช่างไม่ทำตามกฎระเบียบเอาเสียเลย!” เขาไม่ได้สงสัยความจริงของไป๋เซี่ยงถิง ถึงอย่างไรใบหน้าของไป๋เซี่ยงถิงก็ทำให้รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ก็คือถ้ามีคนอยากจะปลอมตัว ก็เป็นเรื่องที่ยาก
หรงจิ่งฟังอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ก้มหน้าลง แล้วยิ้มอ่อน
“ในตอนที่กระหม่อมเพิ่งถึงเป่ยโหรว ก็โชคดีได้เจอกับแม่นางไป๋เซี่ยงถิงท่านนี้” หรงจิ่งพูดอย่างช้าๆ
สีหน้าของเป่ยเหมินเวยไม่สู้ดีนัก ถึงขนาดไม่คำนึงถึงฐานะของกษัตริย์ พูดอย่างหยาบคายว่า “คุณชายจิ่งไม่จำเป็นต้องสนใจผู้หญิงแบบนั้น ไป๋เซี่ยงถิงคนนี้ดูแล้วงดงามน่ารัก แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่รู้ว่าแอบคบหากับผู้ชายมากี่คนแล้ว ผู้หญิงที่ทะเยอทะยานและสกปรกเช่นนี้ ไม่ควรค่าให้คุณชายใส่ใจ”
“กระหม่อมก็ไม่เคยใส่ใจ เพียงแต่รู้สึกว่าแม่นางไป๋เซี่ยงถิงท่านนี้มีน้ำใจไมตรียิ่งนัก เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ในตระกูล ยังมีความคิดที่จะมาพบลู่เสวียน” หรงจิ่งพูดอย่างเย็นชา
“ใช่แล้ว! ก็ไม่รู้ว่านี่คือแผนที่นางวางไว้เอง หรือเป็นการบอกเป็นนัยของไป๋เซี่ยงกง” เป่ยเหมินเวยหัวเราะอย่างเยือกเย็น
หรงจิ่งไม่ได้พูดตอบ
เป่ยเหมินเวยพ