ตระกูลไป๋เซี่ยงยุคปัจจุบันก็จะกลายเป็นตัวตลก กลายเป็นตัวขยะไร้ความสามารถในสายตาผู้คน
ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว
จ้านจี้กว่านอยู่เพียงข้างหน้าไม่ไกลนัก ตอนนี้ตรงเขตนั้นยังไม่เห็นเปลวไฟ น่าจะยังไม่เกิดอะไรขึ้น
ถูกต้องแล้ว เจียงหลีไม่ได้เผาจ้านจี้กว่าหรือห้องทักษะต่อสู้ของตระกูลไป๋เซี่ยง ประการแรกเพราะเจียงหลีเดาออกว่าสถานที่สำคัญเช่นนั้นจะต้องมียอดฝีมือเฝ้ารักษาการณ์แน่นอน หากไปกระตุกหนวดเสือยอดฝีมือเข้านางคงลอบวางเพลิงคืนนี้ไม่สำเร็จ ประการที่สอง เพราะนางได้สมบัติล้ำค่าที่สุดในเป่ยโหรวมาอยู่ในกระเป๋าแล้ว ทักษะการต่อสู้พวกนี้ของตระกูลไป๋เซี่ยงได้กลายมาเป็นของนางตั้งนานแล้ว นางจะเผาสมบัติของตัวเองทำไมล่ะ
ด้วยวิธีนี้ก็จะทิ้งสถานที่ๆ เป็นประโยชน์เอาไว้ให้เงา
“ท่านประมุข นี่มันกลิ่นน้ำมันสนนี่ขอรับ!” ยิ่งเข้าไปใกล้จ้านจี้กว่าน จมูกก็ยิ่งรับกลิ่นของน้ำมันสนชัดเจน
ไป๋เซี่ยงกงมีสีหน้าดำดิ่ง แล้วเอ่ยเร่งเร้า “เร็วกว่านี้!”
ยิ่งเข้าใกล้ก็ได้ยินเสียงสั่นสะเทือนรุนแรงดังมาจากจ้านจี้กว่าน ในที่ไกลๆ พวกเขารู้สึกถึงแรงบีบอัดที่ทรงพลังและไม่มีใครเทียบได้กำลังเกี่ยวพันกันและฟาดฟันกันอยู่
“หลิงจง!”
เสียงของใครบางคนขาดหายไป
เมื่อเห็นท่านผู้อาวุโสที่คุ้มครองจ้านจี้กว่านของตระกูลซึ่งเป็นหลิงจง ส่วนคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้นคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหลิงจงเช่นกัน
หลิงจงสองคนกำลังต่อสู้กัน คนอื่นไม่มีทางเข้าไปใกล้ได้เ