้ายแม่นางเซ่าจวินอีก เพียงแต่ว่าหยวนหวังท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ท่านออกมา”
“เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” ลู่เสวียนมีสีหน้างุนงง
รอยยิ้มอบอุ่นของเป่ยเหมินเวยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่แววตากลับเป็นประกายวูบไหว “เช้านี้ ข้าได้รับข่าวด่วนจากตระกูลไป๋เซี่ยง คนในตระกูลของพวกเขาที่ล่วงหน้าไปฝึกประสบการณ์ก่อนถูกฆ่าตายทั้งหมดแล้วฆาตกรก็คือ แม่นางเซ่าจวิน พวกเขายังให้ข้าออกหมายจับให้ความร่วมมือกับตระกูลพวกเขาในการตบรางวัลและเตรียมการเพื่อจับตัวแม่นางเซ่าจวิน”
“เป็นไปไม่ได้!” ลู่เสวียนตกตะลึงลุกยืนขึ้น
เป่ยเหมินโหรวมองสีหน้าเขาอย่างละเอียดแล้วเอ่ยกับเขาอย่างเห็นด้วย “ใช่น่ะสิ ข้าก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แม่นางเซ่าจวินเป็นเพียงนางกำนัลจะเอาปัญญาที่ไหนไปฆ่าคนของตระกูลไป๋เซี่ยงมากมายขนาดนี้”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ ตระกูลไป๋เซี่ยงต้องใส่ร้ายแน่ๆ” ลู่เสวียนรีบเอ่ยขึ้น
“ใส่ร้ายหรือ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียว” เป่ยเหมินเวยส่ายหน้าช้าๆ “คนของตระกูลไป๋เซี่ยงตายนั้นเป็นเรื่องจริง”
ลู่เสวียนหน้าถอดสี สุดท้ายเขาก็นั่งลงไปอีกครั้ง “ถ้าเช่นนั้นฝ่าบาทเรียกข้ามาเพื่ออะไร เมื่อตามจับเซ่าจวินไม่ได้ก็จะส่งกระหม่อมไปรับโทษแทนที่ตระกูลไป๋เซี่ยงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“มิใช่หรอก! หยวนหวังเป็นแขกของข้า ข้าจะส่งตัวท่านไปตระกูลไป๋เซี่ยงได้เยี่ยงไร” เป่ยเหมินเวยเอ่ยตอบ
ลู่เสวียนมองเขาอย่างสงสัยด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “เช่นนั้นฝ่าบาท