หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
เป่ยเหมินเวยรู้สึกขบขันกับรูปลักษณ์ที่ไร้เดียงสาของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงที่ปลอบโยน “ไม่ต้องกังวลตระกูลไป่เซี่ยงพึ่งพากิจการใหญ่ของพวกเขามาหลายปี พวกเขามีรากฐานที่ลึกซึ้งโดยที่ไม่เห็นหัวข้าอยู่ในสายตา เกี่ยวกับเรื่องของแม่นางเซ่าจวิน ทางการไม่เพียงแต่พยายามอย่างเต็มที่แต่จะให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมด้วย ส่วนข้าคิดว่าแม่นางเซ่าจวินน่าจะหนีกลับไปราชวงศ์จยาเซียนเสียก่อนแล้ว”
นางไม่ทำเช่นนั้นหรอก นางน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในชิ่งตู ลู่เสวียนไม่พอใจลึกๆ แต่เบื้องหน้ากลับแสดงสีหน้าขอบคุณออกมา
“ฝ่าบาทเมตตาช่วยเหลือเช่นนี้จนข้าไม่รู้จะขอบพระทัยเยี่ยงไรดี”
เมื่อกล่าวไปถึงจุดนั้น เป่ยเหมินเวยก็ยิ้มลึก “หยวนหวังกล่าวเช่นนี้ช่างดูห่างเหินและเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าเป็นถึงอนาคตพ่อตาของท่าน มองลูกเขยเสมือนลูกชายแท้ๆ จะเป็นอะไรไปเล่า”
มุมปากของลู่เสวียนกระตุกอย่างแรง ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ก้มหน้าราวกับเขินอายเล็กน้อย
เป่ยเหมินเวยคิดว่าเขาเป็นคนขี้อาย จึงหยอกเขาอย่างเป็นกันเอง “เสี่ยวเสวียน เจ้าคิดว่าชิ่งชิ่งเป็นอย่างไรบ้าง หลายวันมานี้ พวกเจ้าคลุกคลีกันทั้งวันทั้งคืน นับว่าร่วมเป็นร่วมตายกันในการฝึกประสบการณ์ นางเป็นผู้หญิงที่ดีมาก”
“หา” ดูเหมือนลู่เสวียนจะตกใจกับคำพูดของเขา จึงเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าไร้เดียวสา ถุ๊ยๆๆ ช่างกล้าเรียกคุณชายน้อยเสี่ยวเสวียน ข้าสนิทกับเจ้าด้วยรึ