ข่าต่อหน้าข้าแล้วโขกหัวกับพื้นสามครั้ง จากนั้นถอยไปโดยดี สภาพเจ้าจะไม่อนาถเท่าใดนัก” เจียงหลีตอกกลับ
“เจ้าเด็กนี่ ยังกล้าพูดกับข้าเยี่ยงนี้อีกรึ” คนผู้นั้นคำรามเกรี้ยวกราดแล้วปล่อยทักษะการต่อสู้โจมตีเจียงหลีทันที
เจียงหลียืนอยู่กับที่ไม่ขยับ ราวกับตกใจกับพลังของเขาจนเสียสติ แต่ทว่านางกลับปรายตามองคนพวกนั้นจนทั่วอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนต่างมองเรื่องสนุกบนความทุกข์ของผู้อื่นด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาที่มองนางนอกจาดูถูกแล้วยังเหยียดหยามอีกด้วย
เปรียบตัวเองราวกับเมฆบนท้องฟ้าแล้วนางเป็นเพียงโคลนใต้พื้นรองเท้า!
ความโอหังเช่นนั้นไม่เพียงแต่พวกเขาคิดว่าเจียงหลีฝึกบำเพ็ญขั้นต่ำแล้ว ยังเป็นเพราะว่าพวกเขาเกิดมาเป็นตระกูลไป๋เซี่ยงด้วย
“ตายซะเถอะ!”
ชายผู้นั้นเหาะทะยานขึ้นฟ้า เงาร่างและวิญญาณยุทธ์ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่ง ยกมือชูหมัดพุ่งเข้าหาเจียงหลี ลมหมุนรุนแรงมาพร้อมกับเสียงคำรามของวิญญาณยุทธ์ มันสั่นสะเทือนจนใบไม้บนต้นไม้โดยรอบร่วงหล่นปลิวไสวและก้อนหินบนพื้นกระเด็นกระดอน
เขาเข้ามาใกล้เจียงหลีจากทางอากาศ ยิ่งใกล้มากขึ้นเท่าไหร่สีหน้าก็ยิ่งดุดันมากเท่านั้น
เจียงหลียืนอยู่ที่เดิมเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ มองสีหน้าตื่นเต้นมุทะลุดุดันของเขาในสายตา จากนั้นยกแขนข้างขวาของตนขึ้นอย่างไม่รีบร้อนแล้วรวบมือกำหมัดแน่น
ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่รอบๆ เริ่มพูดคุยกัน แน่นอนเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้