นต่างก็ดูถูกเย้ยหยันเจียงหลีแล้วพูดจาถากถางนางกันอย่างท่วมท้น
“ฮ่าๆๆ นางบ้าไปแล้วหรือ คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับหมัดของไป๋เซี่ยงเฉวียน อย่าว่าแต่นางเลยแม้กระทั่งพวกเราก็ยังไม่กล้าประลองมือ หมัดเล็กๆ ของนางปะทะเข้าไปแล้วเกรงว่ากระดูกแขนของนางข้างนั้นคงแตกละเอียดทั้งข้างแน่”
“ไม่ได้เป็นบ้าหรอก นางโง่ต่างหากเล่า แค่นางกำนัลตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมารู้ถึงพลังทักษะการต่อสู้ของตระกูลไป๋เซี่ยงอย่างลึกซึ้งถ่องแท้ได้อย่างไร”
“ถุยๆๆ ไอ้หยาๆ ข้ามิอาจทนเห็นฉากนองเลือดที่ตามาได้ เสียดายจังเลย ยังสาวยังสวยแท้ๆ ต่อไปคงกลายเป็นคนแขนกุดขาด้วนเสียแล้วสิ”
“นั่นเป็นเพราะนางหาเหาใส่หัวเองต่างหากเล่า”
“…”
ในขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันราวกับตัดสินว่าเจียงหลีจะเป็นผู้ที่มีฉากน่าอนาถ ยังมาดมั่นถึงภาพชัยชนะอันรุ่งโรจน์ของไป๋เซี่ยงเฉวียน แม้กระทั่งบนใบหน้าของไป๋เซี่ยงเลี่ยยังปรากฏรอยยิ้มอันภาคภูมิใจ
ตู้ม!
ทั้งสองหมัดปะทะกันในที่สุด พลังวิญญาณมหาศาลระเบิดออกจากตำแหน่งที่สัมผัสกันแล้วกระจายสู่วงกว้างโดยรอบอย่างรวดเร็ว
กร็อบๆ!
เสียงกระดูดแตกหักดังขึ้น
“อ้ากกกๆๆๆๆ!”
เสียงร้องทุรนทุรายก็ดังขึ้นเช่นกัน
พวกคนในตระกูลไป๋เซี่ยงที่อยู่รอบๆ ยังไม่ทันได้ตื่นเต้นก็ต่างพากันหน้าถอดสี เสียงนั้นเป็นเสียงของไป๋เซี่ยงเฉวียน!
ภาพจินตนาการแห่งชัยชนะในหัวแตกยับ ขณะนี้พวกเขาเห็นว่าแขนของไป๋เซี่ยงเฉวียนเละเป็นโจ๊กด้วยหมัดเดียวของสาวน