เป็นตาเดียว เมื่อถูกสายตาทุกคนจับจ้องเจียงหลีกลับไม่เกรงกลัวสักนิดแล้วแสยะยิ้ม “เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าโลภเอาของๆ ข้า ทั้งยังพูดอย่างสง่าผ่าเผยเยี่ยงนี้ ที่แท้ตระกูลไป๋เซี่ยงล้วนเป็นพวกหน้าซื่อใจคดเองหรือ”
“บังอาจ!”
“เจ้าพูดอะไรของเจ้า”
“พูดจาสามหาวจริงๆ ไม่ให้เกียรติพวกข้าไป๋เซี่ยงเลย”
“ก็แค่นางทาสชั้นต่ำ ฆ่าให้ตายเลยดีกว่า”
“…”
เมื่อสิ้นเสียงเจียงหลี พวกตระกูลไป๋เซี่ยงก็แสดงความโมโหออกมาจนแทบอยากพุ่งเข้าไปฉีกเจียงหลีให้แหลกเป็นชิ้นๆ
แน่นอนไม่ใช่เพราะพวกเขาฆ่านางไม่ได้แต่เมื่อฆ่านางแล้วสิ่งของในมือนางจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าและต้องกลับคืนตระกูลไป๋เซี่ยงอย่างที่ควรจะเป็น
“พวกเจ้าจะทำอะไร” เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้กรูกันเข้ามา ลู่เสวียนก็บังหน้าเจียงหลีเอาไว้ สายตามองไปที่พวกเขาอย่างหวาดระแวง
“เจ้าไม่ต้องยั่วโมโหพวกเขา มิฉะนั้นแม้แต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเข้ามาใกล้เจียงหลีแล้วพูดเสียงต่ำข้างหูนาง นางและลู่เสวียนมีสถานะอยู่ที่นี่จึงสามารหว่านล้อมไป๋เซี่ยงเลี่ยได้ แต่เวลานี้เจียงหลีมีสถานะเป็นข้ารับใช้เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเหมาะสม
เจียงหลีฟังออกถึงความกลัวในน้ำเสียงของนาง แล้วรู้สึกถึงตำแหน่งของตระกูลไป๋เซี่ยงในเป่ยโหรวจริงๆ
องค์หญิงเหวินเหรินชิ่งชิ่งผู้นี้พวกเขาสามารถไว้หน้าได้ แต่ไม่จำเป็นต้องถูกคุกคามจากสถานะองค์หญิงของนาง
แต่ทว่ากลับไม่ได้สงบปากสงบคำเพราะเหตุผลนี้ นางผลักล