ามคำนี้ นางก็รู้สึกแปลกๆ แล้วก็หน้าแดง ในใจว้าวุ่นไปหมด เพียงแต่ชั่วพริบตาเดียวก็กลับมาเป็นปกติ สายตาที่มองลู่เสวียนเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“องค์หญิงทำไมถึงไม่ชอบองค์ชายของข้าหรือเพคะ” เจียงหลีถือโอกาสถาม
เหวินเหรินชิ่งชิ่งเบะปาก แล้วพูดว่า “ก็ไม่ได้อะไร เพียงแต่ข้าไม่อยากเป็นคนที่เสียสละเพื่อประโยชน์ของทั้งสองแคว้นก็เท่านั้น เปลี่ยนเป็นใครมา ข้าก็ไม่สนทั้งนั้น”
“เข้าใจแล้วเพคะ” เจียงหลียิ้ม แล้วก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
ทั้งสามคนเดินทางในป่ากันต่อ ในตอนที่เจอกับสัตว์ป่าและปีศาจชั้นต่ำ ก็ล้วนแต่ถูกลู่เสวียนจัดการหมด ทุกครั้งหลังจากที่เขาจัดการเสร็จ ก็ไม่ลืมที่จะมองไปยังเหวินเหรินชิ่งชิ่งด้วยความโอ้อวด เหมือนว่ากำลังใช้การกระทำจริงๆ มาโต้แย้งที่นางว่าเขาเมื่อครู่นี้
แน่นอนว่าท่าทางโอ้อวดแบบนี้ ทำให้เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองบน แต่เพราะว่าคำพูดที่เจียงหลีพูดก่อนหน้านี้ ใจที่ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ก็เกิดหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย
เดินอยู่นาน ลู่เสวียนหยุดลง แล้วดูแผนที่อย่างละเอียด ถึงจะยืนยันว่า “คือที่นี่แหละ”
“ทางเข้าอยู่ที่ไหน” เจียงหลีมองไปรอบๆ ไม่เจออะไรที่ผิดปกติ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดว่า “สุสานโบราณหลิงจง ปกติอยู่ด้านนอกจะมีสิ่งบดบังสายตา ทางเข้าก็คงไม่ได้มีแค่ทางเดียว สามารถทำลายสิ่งบดบังสายตาได้หรือไม่ การเข้าสู่สุสานโบราณ ก็ถือเป็นการฝึกประสบการณ์ครั้งแรก”
“มิน่าล่ะตลอ