ดทางที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นคนตระกูลไป๋เซี่ยงเลย” เจียงหลีครุ่นคิดแล้วพูดพึมพำ
คำพูดนี้ถูกเหวินเหรินชิ่งชิ่งที่อยู่ข้างๆ ได้ยิน แล้วก็พูดเสริมว่า “รอให้เข้าสู่สุสานโบราณแล้ว เจ้าก็จะเห็นเอง เดิมที่นี่เป็นการฝึกประสบการณ์ของตระกูลพวกเขา แต่เพราะว่าการที่พวกเราเข้าร่วม ข้าสงสัยว่าคนของตระกูลไป๋เซี่ยงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษแน่นอน ผู้อาวุโสที่เคยมาก่อนหน้านี้รู้วิธีการทำลายสิ่งบดบังสายตานี้แล้ว ถึงอย่างไร ได้เข้าไปเร็วกว่า ก็สามารถมีโอกาสที่มากกว่า”
เจียงหลีเห็นด้วยกับการวิเคราะห์นี้ นางพยักหน้า แล้วก็ค้นหาและสังเกตไปยังรอบๆ อย่างละเอียด
“ลองๆ ดู เดี๋ยวก็รู้แล้ว” ลู่เสวียนพูดจบ ก็ยกมือขึ้น แล้วปล่อยพลังวิญญาณออกมา
พลังวิญญาณพุ่งไปยังโขดหิน ทำให้โขดหินที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำระเบิดกระจาย
ตู้ม!
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเขาด้วยความดูถูก
ลู่เสวียนหันมามองอย่างเย็นชา “ไม่ว่ามันจะบุ่มบ่ามหรือไม่ ถ้าได้ผลก็ดี ถ้าหากที่นี่มีสิ่งบดบังสายตา โดนพลังวิญญาณเข้าไป แน่นอนว่าต้องมีปฏิกิริยาที่ต่างออกไป”
“…” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพิจารณาคำพูดของเขาอย่างละเอียด ก็ค้นพบว่าตัวเองไม่มีทางโต้ตอบ
นางไม่รู้วิธี วิธีของลู่เสวียนเหมือนว่าจะมีผลโดยตรงที่สุด
ตู้ม!
เสียงโขดหินระเบิดดังขึ้นอีก
ครั้งนี้ นางไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วดูลู่เสวียนอย่างเงียบๆ
เจียงหลีเอามือไขว้หลังและยืนอยู่ข้างๆ เหมือนกัน ไม่ได้ก้