ระสงค์หลักของพวกเขาในวันนี้คือการต้อนรับคณะทูตจากเป่ยโหรวเคียงข้างจักรพรรกดินี และถือโอกาสทราบจุดประสงค์การมาเยือนอาณาจักรจยาเซียนของคณะทูตเป่ยโหรว
คนของเป่ยโหรวมาไม่มาเท่าไรนัก คาดว่าน่าจะประมาณหนึ่งพันคน
โดยจำนวนเกินครึ่งของราชองค์รักษ์ ล้วนปฏิบัติตามพิธีทางการทูต โดยรออยู่ที่หอส่งสารนอกเมือง ส่วนที่เหลือนั้น ได้เข้าพักยังเรือนรับรองสี่ทิศ ส่วนคนที่มีสิทธ์เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับของค่ำคืนนี้ มีไม่ถึงหนึ่งในห้าของจำนานทั้งหมด
ดังนั้น ในตำแหน่งของคณะทูต รวมทั้งที่ยืนอยู่และนั่งอยู่นั้น มีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน
แต่ในจำนวนหนึ่งร้อยคนนั้น มีคนที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษสองคนคือคนที่แขวนป้ายทูตไว้ คนหนึ่งคือข้าหลวงใหญ่ อีกคนคือข้าหลวงรอง อายุของทั้งสองนั้นห่างกันไม่มาก น่าจะราวๆ ห้าสิบ
แต่พวกเขาทั้งสองคนกลับทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง คนที่เป็นข้าหลวงใหญ่นั้น ดูๆ แล้วเป็นคนถ่อมตัวและมีเมตตาโดยมีนามว่าจงเจิ้งเหยี่ย ส่วนอีกคนนั้น หน้าตาดูธรรมดา ไม่ได้มีความโดดเด่น แต่ภายในแววตานั้นกลับเก็บซ่อนความรู้สึกเหนือกว่าเอาไว้ มีนามว่าไป๋เซี่ยงไท่
ขณะที่เขากล่าวแนะนำตัว เจียงหลีได้ยินว่ามาจาก “ตระกูลไป๋เซี่ยง” ก็ยิ่งจับจ้องเขา
ภายในท้องพระโรงของวังฝูฉวี เจียงหลีนั่งลงบนตำแหน่งสูงสุดอย่างเกียจคร้าน โดยปกติแล้ว ต้องเป็นผู้ชายถึงจะสามารถสวมใส่ชุดมังกรได้ แต่บัดนี้ชุดนั้นถูกสวมใส่อยู่บนตัวนาง กลับน่าเกรง